ช่วย ๑๓ ชีวิต คือ ช่วยตัวเรา

ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ 15 กรกฎาคม 2018

เหตุการณ์ช่วยทีมหมูป่า ๑๓ ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงนางนอน จ.เชียงราย ร่วม ๑๘ วันถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่รวบรวมความพิเศษมหัศจรรย์ทั้งผู้คน ความเชี่ยวชาญ องค์ความรู้ ทักษะความสามารถ น้ำจิตน้ำใจ แรงสนับสนุนมากมายจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ  ทันทีที่ผู้ประสบภัยคนสุดท้ายได้รับความช่วยเหลือ เราทุกคนต่างปลื้มปิติถึงความสุข ยินดีในความสำเร็จของภารกิจ  เหนืออื่นใดความสำเร็จนี้มาจากความพากเพียร ความพยายาม พลังความหวัง ความเมตตากรุณา และที่สำคัญการได้ทำสิ่งมีความหมายคือ การคิดถึงช่วยเหลือผู้อื่นมากกว่าตนเอง

ศัตรูสำคัญที่ภารกิจนี้ต้องฝ่าฝันและผ่านไปให้ได้คือ ๑) เงื่อนไขของสภาพธรรมชาติที่ต้องเอาชนะ สภาพถ้ำลึกที่น้ำท่วมขัง ปิดทางเข้าออก คดเคี้ยวแคบชันรวมถึงสภาพมืดมิด ๒) ปัจจัยเรื่องเวลาที่ ๑๓ ชีวิตไม่สามารถอดทนรอได้นานนัก เนื่องจากความทรุดโทรมของสภาพร่างกาย ความเจ็บป่วยที่กำลังคุกคามรวมถึงความเสี่ยงของน้ำท่วมในถ้ำจนอันตรายกับชีวิต ทั้ง ๒ ปัจจัยเป็นสภาพภายนอกที่ภารกิจต้องพยายามเอาชนะฝ่าฝันให้ได้  และศัตรูสำคัญตัวสุดท้ายคือ ความเป็นตัวเรานี่เอง ภาวะที่ต้องติดตัด ไร้ทางออก มืดมิด  สิ่งที่ ๑๓ ชีวิตต้องเผชิญคือ ความกลัว วิตกกังวล ฟุ้งซ่าน ในสภาพเช่นนี้เราต่างล้วนมีประสบการณ์ถึงภาวะคุกคามของศัตรูภายในตัวเรานี้ว่าทรมานอย่างไร  เมื่อเผชิญศัตรูภายใน หนทางอยู่รอดมีทางเดียวคือ การเป็นมิตรกับตนเอง เป็นมิตรกับศัตรูภายในเหล่านี้

ความหวังและการรักษาความหวัง การมีพลังใจในความมุ่งมั่น การมีความเห็นอกเห็นใจคือ พลังหล่อเลี้ยงให้ภารกิจนี้ฝ่าฝันไปได้  หลายคนตัดสินใจร่วมเป็นจิตอาสาเข้าแบกรักภารกิจที่ท้าทายและมีอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะรับรู้และสัมผัส เข้าใจในความรู้สึกปวดร้าวของพ่อแม่ ญาติมิตรที่ลูกหลาน พี่น้อง เพื่อนของเขากำลังทุกข์ตรมกับลูกๆ ที่ติดขังอยู่ในถ้ำ รับรู้ถึงความหวาดกลัว ทุกข์ทรมานของ ๑๓ ชีวิตที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและกำลังรอคอยความช่วยเหลือ

เมื่อต้องเผชิญศัตรูภายใน เช่น ความกลัว วิตกกังวล ฟุ้งซ่าน ฯลฯ หนทางที่เราจะอยู่รอดได้ คือ การเป็นมิตรกับศัตรูภายในเหล่านี้

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในความทุกข์ทรมาน ความทุกข์ได้หลอมรวมพลังความเมตตากรุณาและหลอมรวมพลังจากทั่วโลกเพื่อเอาชนะภารกิจท้าทายและมี ๑๓ ชีวิตเป็นเดิมพัน  ความทุกข์ได้ชักพาความช่วยเหลือ การสนับสนุนทุกสรรพกำลังที่ตนมี  จิตอาสาบางคนเลือกทำงานสนับสนุนด้านการซักรีดเสื้อผ้า บางคนเลือกช่วยเหลือบริการด้านอาหารเพื่อดูแลปากท้องคนทำงาน ชาวนายินดีแบกรับภาระความเสียหายอันเนื่องจากพื้นที่เกษตรต้องรองรับน้ำที่ถูกระบายจากถ้ำหลวงเพื่อต่อโอกาสมีชีวิตให้ผู้ประสบภัย

โดยทั่วไปเมื่อเกิดความทุกข์ เดือดร้อน เรามักเชื่อว่าแต่ละคนจะมุ่งเอาตัวรอด ทอดทิ้งธุระของคนอื่น ตัดขาดความเชื่อมโยง  แต่บทเรียนที่ทุกคนในสังคมไทยและสังคมโลกได้ตระหนักอีกครั้ง คือ พลังของความช่วยเหลือ พลังความเมตตากรุณา การคิดถึงประโยชน์สุขของผู้อื่นได้สร้างพลังมหัศจรรย์ให้แก่โลก  กรณีจ่าเอกสมาน กุนัน ซึ่งเสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่เป็นเรื่องเศร้าเสียใจของครอบครัว คนรอบข้างที่ได้รับรู้ กระนั้นในความโศกเศร้าก็มีความภาคภูมิใจ ความเข้มแข็งยืนหยัดในการทำคุณงามความดี และนั่นคือ สิ่งที่มีความหมายยิ่งใหญ่แก่ความเป็นมนุษย์ของเราทุกคน

บทเรียนสำคัญจากภัยพิบัติในครั้งนี้ ผู้เขียนมองว่าเรื่องสำคัญที่ จอ.สมานได้มอบให้เป็นบทเรียนที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ คือ ความตายอาจเป็นเรื่องน่ากลัว โศกเศร้า เจ็บปวด  แต่กระนั้นสิ่งสำคัญคือ ความตายก็คือความจริงที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่สิ่งที่ทุกคนเลือกได้ คือ การเลือกว่าจะมีชีวิตอย่างไร และจะตายอย่างไร  จอ.สมานเป็นตัวอย่างบุคคลที่เลือกใช้ชีวิตเพื่อทำประโยชน์ให้ผู้อื่น เขารับรู้ถึงความเสี่ยงภัย  และเขาก็เลือกว่าถ้าต้องตายเขาก็เลือกตายในหน้าที่ ในการทำงานเพื่อผู้อื่น

ความตายคือความจริงที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่ทุกคนเลือกได้คือ การเลือกว่าจะมีชีวิตอย่างไร และจะตายอย่างไร

และตัวแปรสำคัญที่เป็นต้นเหตุการณ์หลอมรวมพลัง คือ ๑๓ ชีวิต พวกเขารอคอยความหวัง การช่วยเหลือจากโลกภายนอก พวกเขาก็สามารถประคองชีวิต ดูแลสุขภาพกายใจให้มั่นคง แข็งแรงพร้อมที่จะรับความช่วยเหลือจากภายนอก ท่ามกลางความมืดมิด ๑๐ วัน ๙ คืน พวกเขามีเสบียงในระยะสั้นๆ มีกันและกันเป็นเพื่อนช่วยเหลือกัน และสิ่งที่เป็นปาฎิหาริย์สำคัญพวกเขามีโค้ชพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์เจริญสติ สมาธิภาวนาที่ช่วยประคองพวกเขาให้อยู่รอดปลอดภัยจากความกลัว เครียด กังวล พวกเขาสามารถเป็นมิตรกับศัตรูภายใน สามารถมีความสุข สงบ (แม้ว่าจะหิวโหย อ่อนกำลัง) กับสภาพแวดล้อมภายในถ้ำลึกเช่นนั้นได้

ความมหัศจรรย์อีกประการคือ ภายใต้ความวุ่นวายของภารกิจที่ต้องการการบริหารจัดการ การระดมสรรพกำลัง  แต่ละคนต่างนำพาทักษะ ความรู้ ความสามารถ จิตใจที่เข้มแข้ง กล้าหาญ เมตตา และพละกำลังตามที่แต่ละคนมีเข้าร่วมด้วยช่วยกัน   ภาวะผู้นำของผู้อำนวยการศูนย์ความช่วยเหลือได้เข้ามาเอื้ออำนวยให้เกิดการหลอมรวมพลังทั้งท่าทีของการรับฟัง การเรียนรู้ ท่วงทำนองที่สุภาพ อดทนต่อความยากลำบาก ใส่ใจกับความต้องการและภาวะอารมณ์ของทุกฝ่ายและยืนหยัดกับความหวังที่จะช่วยเหลือ ๑๓ ชีวิตได้กลายเป็นตัวแปรความสำเร็จ ก่อเกิดชัยชนะของคนทั้งโลก ที่ต่างเอาใจช่วยกับภารกิจนี้

ผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ จิตอาสาต่างแยกย้ายกลับไปมีชีวิตตามปกติของตน ผู้เขียนมองว่าหากวันหนึ่งเกิดภัยพิบัติ เกิดความทุกข์ยากกับเพื่อนร่วมชุมชน ร่วมสังคม ร่วมโลก พวกเขาก็จะมารวมกันเพราะพวกเขาระลึกรู้กับตนเองว่า พวกเขาคือใคร และพวกเขามาทำอะไรกับโลกใบนี้ กับสังคมรอบตัวเขา  ความเป็นเชื้อชาติ ศาสนา ไม่ใช่สิ่งแบ่งแยก มีแต่ความเมตตากรุณาที่หลอมรวมโลกเข้าด้วยกัน

และงานท้าทายต่อไปของ ๑๓ ชีวิตและคนรอบตัวคือ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะตามมา หลังจากนี้ พวกเขาคือจุดสนใจของผู้คน ชื่อเสียง ผลพวงของการเป็นคนเด่นดังที่หลายคนอยากเข้าใกล้ ผลประโยชน์ต่างๆ ที่จะตามเข้ามา  พวกเขาจะเผชิญและก้าวข้ามเรื่องนี้อย่างไรคือสิ่งท้าทาย และเป็นเรื่องราวชีวิตในบทต่อไป  แน่นอนว่าความมีสติ การมีกัลยาณมิตร การมีผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะจะช่วยให้ให้พวกเขาผ่านบททดสอบนี้ต่อไปได้

เรื่องราวของ ๑๓ ชีวิตจึงเป็นเรื่องราวของเราทุกคนที่เราต่างเผชิญ และมุ่งหวังเอาชัยชนะกับภารกิจท้าทายทั้งภายนอกและภายใน  เมื่อภารกิจนี้สำเร็จได้ด้วยองค์ประกอบ  บทเรียนการเอาชนะภารกิจถ้ำหลวงได้ก็จะช่วยเราเอาชนะภารกิจชีวิตของเราได้เช่นกัน  เรื่องนี้ไม่ยากเกินอีกต่อไป

ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ

ผู้เขียน: ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ

นอกเหนือจากบทบาทนักเขียนประจำคอลัมน์ งานสำคัญ คือ กระบวนกร นักจิตปรึกษา, enneagram coach สนใจและรักที่จะทำงานด้านการทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงกับโลกภายในผ่านทักษะ ประสบการณ์เรียนรู้ทั้งงานอบรม การทำจิตปรึกษา และงานเขียน