พร (ปีใหม่) จากพระ

วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง 31 ธันวาคม 2017

วันเริ่มต้นปี ๒๕๖๑ เป็นวันพระ  ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ ปีจอ

ถือเป็นวาระดีที่จะได้นำพรจากพระเถราจารย์ผู้ใหญ่ ที่เคยให้ธรรมคำพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ มาย้ำเตือนสอนใจ ให้เราเริ่มต้นปีนี้กันอย่างดีที่สุด

ท่านพุทธทาสภิกขุ เคยให้ ส.ค.ส. แก่สาธุชน เป็นกลอน ๘ วรรค ที่เป็นอมตะ มักได้รับการยกมาอ้างซ้ำอยู่เสมอ

ปีใหม่มี สำหรับดี กว่าปีเก่า

พืชมีเหง้า ครบปี ทวีหัว

ทั้งขนาด และจำนวน ล้วนเกินตัว

แต่คนชั่ว กลับถอยถด ดีลดลง

คือปีหน้า เลวลงกว่า ในปีนี้

ไม่กี่ปี จะหมดดี เพราะมีหลง

รู้สึกตัว ละชั่ว เพราะเห็นตรง

ดีจะคง ดีขึ้นไป ชื่นใจเอย

ส่วนที่เป็นบทเทศน์ ท่านพุทธทาสเคยแสดงธรรมไว้เมื่อ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๒๖ พูดถึงวาระปีใหม่ว่า

“เวลาที่มาใหม่นี้ เราจะรับหน้ามันอย่างไร  คือว่าจะให้เรากินเวลา หรือว่าให้เวลากินเราต่อไป  เวลากินเรา เราก็เป็นทุกข์ เราก็ใกล้ตาย หรือใกล้ความตายยิ่งขึ้นไปทุกที นี้เรียกว่าเวลากินเรา

ถ้าเรากินเวลา มันก็ตรงกันข้าม  เราไม่ต้องเป็นทุกข์ เราจะอยู่เหนือความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ยิ่งขึ้นไปทุกที อย่างนี้เรียกว่า ต้อนรับปีใหม่อย่างมีเหตุผล ตามแบบของพุทธบริษัท

ถ้าจะให้อาตมาส่ง ส.ค.ส. กับใครบ้าง ก็ขอส่งเดี๋ยวนี้เลย ขอส่งให้แก่ท่านทั้งหลายทุกคนว่า ‘เรามากินเวลากันเถิด จงทำงานให้สนุกและมีสุขเมื่อกำลังทำงานนั้นเอง’

“เรามากินเวลากันเถิด จงทำงานให้สนุกและมีสุขเมื่อกำลังทำงานนั้นเอง”

ให้เราฆ่าตัณหา ผู้ใดฆ่าตัณหา ผู้นั้นเป็นผู้กินเวลา  ผู้ใดพ่ายแพ้แก่ตัณหา ผู้นั้นจะถูกเวลากินเอา

บางคนพูดถึงกับว่า เวลาไม่มี เวลาไม่มีตัวไม่มีตน แล้วมันจะมากินเราได้อย่างไร  อันนี้มันหลับตาพูด

เวลานั่นแหละมันกัดแทะหัวใจเราอยู่ทุกวัน  เราเป็นห่วงเดือดร้อน กระวนกระวายหวาดระแวงอยู่ก็เพราะเกี่ยวกับเวลา คือเรายังไม่ได้รับอะไรที่เราต้องการ ทันแก่เวลา เพราะมีความไม่ทันแก่เวลา นั้นแหละคือเวลามันกินเรา”

ขณะที่พระไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต ชัยภูมิ เคยให้ธรรมปีใหม่ผ่านหน้ากระดาษไฟฟ้าเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่เก่าไม่ล้าสมัยที่จะมาทวนกันใหม่ในต้นปีนี้

“ต้อนรับปีใหม่ ควรหมายรวมถึงการต้อนรับทุกอย่างที่เป็นของปีใหม่ ไม่ว่าดีหรือร้าย สุขหรือทุกข์ เจริญหรือเสื่อม  แม้ไม่ถูกใจก็ไม่บ่น โวยวาย ตีโพยตีพาย เพราะทำเช่นนั้นมีแต่จะทุกข์มากขึ้น ยิ่งปฏิเสธผลักไสก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมตนเอง ทำให้จิตหมกมุ่นในสิ่งนั้นราวกับถูกมันจองจำ  ในทางตรงข้ามการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสิ่งนั้นได้ดีขึ้น ใช้สติปัญญาเพื่อแก้ไขให้ร้ายกลายเป็นดีในที่สุด”

“ต้อนรับทุกอย่างที่เป็นของปีใหม่ แม้ไม่ถูกใจก็ไม่บ่น โวยวาย ตีโพยตีพาย หรือปฏิเสธผลักไส”

และเตือนสติให้เรารู้ระลึกถึงอีกด้านในการฉลองปีใหม่ ที่มักไม่ค่อยมีใครนึกถึง

“ฉลองปีใหม่แล้วก็อย่าลืมว่าเราใกล้ความตายอีกปีหนึ่ง และมีเวลาเหลือน้อยลงอีกหนึ่งปี  แต่ละนาทีมีค่ามาก อย่าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ ทำสิ่งที่ดีที่สุดเสียแต่วันนี้  ไม่ว่าจะเป็นการทำความดี สร้างบุญกุศล ฝึกจิตรักษาใจ ให้เวลาแก่คนรัก เกื้อกูลส่วนรวม  อย่าผัดผ่อนเพราะอาจไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับเราก็ได้”

ใครก็ตามหากได้น้อมธรรมมานำทาง ทุกวันนับแต่นี้ไป ไม่มีอะไรต้องไหวหวั่น