ภูมิใจ

นาม ไร้นาม 27 สิงหาคม 2017

เมื่อเราเป็นเด็กบ้านนอก ก็มีคนสอนเราว่า เราต้องภูมิใจในความเป็นเด็กบ้านนอก เป็นชาวนา ชีวิตไม่วุ่นวายเหมือนในเมืองใหญ่ อากาศดีกว่า ผู้คนเป็นมิตร มีแต่ญาติพี่น้อง มองไปทางไหน เดินไปบ้านไหน ไม่มีคนแปลกหน้า เราวิ่งเล่นไปได้ทั่วทั้งหมู่บ้าน มีกิจกรรมมากมายให้เราทำ ไปหาปลาในห้วยก็ได้ น้ำใสสะอาด

เราจน พ่อแม่สอนเราว่า ขอให้เราภูมิใจในความเป็นคนของเรา แม้เราจะจน เราก็ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบใคร เราทำมาหากินโดยสุจริต แล้วเรายังได้หาอยู่หากินอาหารธรรมชาติที่สะอาด ไม่มีสารเคมี ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องดี และน่าภูมิใจ

ทุกช่วงจังหวะของชีวิต เราต่างล้วนถูกสอนให้ภาคภูมิใจในตัวเอง เลยออกมาจากบ้านเกิด เราถูกสอนให้ภูมิใจในความเป็นไท ภูมิใจในความเป็นคนในหมู่บ้าน อำเภอ จังหวัดนั้น ภูมิใจในความเป็นผู้ชาย ผู้หญิง ภูมิใจในอาชีพ ภูมิใจในนิสัย หรือภูมิใจในความเป็นลูกของพ่อแม่ ภูมิใจในครูบาอาจารย์ ความเชื่อ ศาสนา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเลยที่สอนให้เราภูมิใจในความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับคนอื่น ภูมิใจในความเป็นมนุษย์ที่สามารถเข้าถึงความพร้อมของการรู้แจ้ง

สิ่งที่ปรากฏอยู่ก็คือ ความภูมิใจเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เราตกอยู่ในภาวะความหลง เพราะเมื่อเราภูมิใจ เราก็เริ่มคิดว่าการเป็นเรา ช่างเป็นสิ่งวิเศษสุด การเป็นเราคือความดีงาม การเป็นเราคือสิ่งที่อยู่เหนือคนอื่นๆ  แม้บางครั้งเราจะรู้ว่าสถานะทางสังคมของบางคนสูงกว่าเรา แต่เราก็จะมีเหตุผลที่จะเข้าข้างตัวเองเสมอว่า การเป็นเรานั้นดีกว่าคนอื่นอย่างไร มากขึ้นเราก็เริ่มรังเกียจคนที่ต่างออกไปจากเรา ถ้าเรารวย เราอาจรังเกียจคนที่จนกว่า ถ้าเราเป็นเจ้านาย เราก็อาจรังเกียจลูกน้อง ถ้าเราเป็นคนเมือง เราก็อาจรังเกียจชนเผ่า ถ้าเราขับรถเก๋งราคาเป็นล้าน เราก็อาจรังเกียจคนขับรถกระป๋องราคาสามแสน เป็นต้น

ความภูมิใจเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เราตกอยู่ในความหลง “การเป็นเราช่างวิเศษสุด คือสิ่งที่อยู่เหนือคนอื่นๆ”

ยิ่งเมื่อเราผ่านกาลเวลามายิ่งยาวนานเท่าใด ความภูมิใจของเราก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น ว่าก็คือ ความรู้ การประสบผลสำเร็จในงาน ตำแหน่ง ทรัพย์สิน บ้าน รถ  ดังนี้เอง ทุกครั้งที่เราพลาด หรือบางเรื่องที่เราล้มเหลว เราก็ย่อมจะหาเหตุผลมากล่าวอ้าง หรือเอามาครุ่นคิดเพื่อปลอบใจ หรือกระทั่งอาจเรียกได้ว่าหลอกตัวเองว่า ความผิดพลาดนั้นหาใช่เกิดจากความอ่อนด้อยของเราไม่ แต่มันเกิดขึ้นเพราะคนอื่นๆ ที่ทำให้องค์ประกอบของมันไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดการบกพร่อง หรือล้มเหลว  ทั้งหมดนั้น ไม่ใช่เพราะเรา

ทั้งหมดนี้คือ เงื่อนไขหนึ่งที่ก่อให้เกิดความยึดมั่นในอัตตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันก็เป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรง เมื่อเราถูกดูหมิ่น หยามความเป็นเราว่าด้อยค่า ไม่ว่าจะเรื่องฐานะ อาชีพ เชื้อชาติ กระทั่งศาสนา หรือศาสนาเดียวกันก็ตาม ดังเราจะเห็นได้ในสำนักปฏิบัติต่างๆ ที่ต่างก็ภูมิใจในครูบาอาจารย์ของตน จนอดไปวิจารณ์สำนักอื่นไม่ได้ว่า นั่นผิดพลาด มีเพียงสายเราเท่านั้นที่ถูกต้อง ตรง สุดท้ายก็กลายเป็นความหลง ที่ยากเย็นในการขัดแงะแกะเกลาอัตตา  ยิ่งมันมากขึ้น มันก็กลายเป็นความหยิ่งผยอง และดูเหมือนการหยิ่งผยองในภูมิธรรม จะไม่ได้น้อย หรือน่าชังน้อยไปกว่าความหยิ่งผยองทางโลก นั่นก็คือหยิ่งผยองในความสำเร็จ ทรัพย์สิน ที่เลวร้ายที่สุดก็เห็นจะเป็นการหยิ่งผยองในอำนาจ

การหยิ่งผยองในภูมิธรรม ไม่ได้น่าชังน้อยไปกว่า ความหยิ่งผยองในทางโลก

อย่างไรก็ตาม คำสอนที่ดูเหมือนเป็นสิ่งที่คอยถ่วงดุลความภูมิ คือความอ่อนน้อมถ่อมตน กลับเป็นคำสอนที่อ่อนล้าเต็มที  มันเพียงแทรกตัวอยู่ในเรื่องราวอื่นๆ ที่แผ่วเบาเหลือเกิน จนเราแทบไม่ได้ยินมันเลย หรือมันก็เป็นเพียงนิทานปรัมปรา ที่เล่าสืบต่อกันมา เป็นส่วนหนึ่งของคุณธรรมที่น่าสนใจ

และหลายคราวที่เราได้พบว่า เมื่อเราเริ่มฝึกฝนตัวเองที่จะอ่อนน้อมถ่อมตน อัตตา กิเลส มันก็ช่วงชิงผลงานนั้นเป็นของมันไป จนกลายเป็นว่า เราก็เริ่มผยองในความอ่อนน้อมถ่อมตน  หรือเมื่อเราพยายามที่จะเมินความยืดมั่นในตัวตนของเรา เราก็เริ่มผยองในการละวางตัวตนของเราไปเสีย นี่จึงเป็นความซับซ้อนซ่อนเงื่อน ที่ยากเย็นในการชิงพื้นที่ความได้เปรียบจากพฤติกรรมแห่งความผยองลำพองตนนั้น

หากยังมีเหลือเรื่องราวให้เราได้ภาคภูมิใจในชีวิต  การภูมิใจในความเป็นมนุษย์ น่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรศึกษาอย่างลึกซึ้ง  เพราะเมื่อเราภูมิใจในความเป็นมนุษย์ เพียงความเป็นมนุษย์ เราอาจมองเห็นมนุษย์คนอื่น ในฐานะที่เท่าเทียมกับเรา มองเห็นความบกพร่อง มองเห็นความสำเร็จ ความลึกซึ้ง อันน่าศึกษาเรียนรู้  ไม่ใช่มนุษย์ในฐานะเจ้านาย ลูกน้อง อาจารย์ ลูกศิษย์ จน รวย หนุ่มสาว แก่เฒ่า กระทั่งเชื้อชาติ ศาสนา แต่เราย่อมเห็นความเป็นมนุษย์ที่มีโอกาส มีความพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง นำพาตนเองไปสู่การเติบโตทางจิตวิญญาณอย่างมีความหมาย

หากเรามีสายตาที่จะมองได้เช่นนี้ เราก็อาจคลี่คลายความผยองลำพองตนลงไปได้บ้าง แม้กิเลสมันจะเริ่มเข้ามาช่วงชิงผลงานนั้นเป็นของมัน เราก็อาจมองเห็นได้ง่ายขึ้น  เมื่อเรามองเห็นการมาของมัน เราก็ย่อมหาวิธีจัดการกับมันได้ง่ายขึ้นไปด้วย