รางวัลสำหรับความซื่อสัตย์

กฤษณา พาลีรักษ์ 20 พฤษภาคม 2018

หลังจากดูแลงานบ้าน ทำอาหารและส่งสามีขึ้นรถไปทำงานเสร็จ ก็ได้เวลาที่กีซ่าจะออกไปทำธุระนอกบ้านเสียที สายวันนี้เธอต้องแวะไปซื้อของใช้และเครื่องปรุงรสเข้าครัว จากนั้นจึงไปพบเพื่อนสนิทเพื่อทานมื้อเที่ยงด้วยกัน และคุยสัพเพเหระประสาผู้หญิงในย่านศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง

เธอออกจากบ้านก่อนเวลานัดหมาย เมื่อจัดการธุระเรียบร้อยจึงไปรอเพื่อนอยู่ในร้านอาหารเจ้าประจำ พวกเขาทานมื้อเที่ยงและสนทนาปราศรัยกันอย่างออกรส ก่อนแยกย้ายกันหน้าห้างฯ กีซ่าหอบของเต็มไม้เต็มมือเพื่อมารอแท็กซี่ แต่ระหว่างทางเดิน ตรงหน้าศูนย์การค้าแห่งนั้น เธอพบชายชราขอทานคนหนึ่งอายุราว 75 ปี เขาใส่เสื้อผ้าขาดกระรุ่งกระริ่ง เนื้อตัวมอมแมม และหลังงองุ้มเหมือนคนอมโรค แต่สิ่งที่ส่องประกายดึงดูดใจกีซ่า คือ แววตาใสซื่อคู่นั้น มันทำให้เธอเกิดความรู้สึกสงสาร กีซ่าจึงวางข้าวของในมือลงและควานหาเศษเหรียญในกระเป๋าถือ จากนั้นจึงหย่อนมันลงไปในขันเสียงดังแกร็ง ชายชรายิ้มให้กีซ่าแทนคำขอบคุณ เธอยิ้มตอบด้วยความรู้สึกอิ่มใจ

เมื่อแจ้งจุดหมายแก่คนขับแท็กซี่เสร็จสรรพ เธออยู่ในอิริยาบถผ่อนคลายขึ้น ขณะเอนหลังพิงพนักเบาะได้สักพัก เธอพบว่า นิ้วนางที่เคยมีแหวนแต่งงานราคาหลายพันดอลล่าร์ของตัวเองว่างเปล่า เธอสะดุ้งโหยงอย่างคนตกใจสุดขีด จากนั้นจึงเริ่มมองซ้ายแลขวา คุ้ยกระเป๋าข้าวของกระจุยกระจาย เมื่อไม่พบก็ก้มๆ เงยๆ หาดูตามซอกมุมใกล้ตัวบนรถแท็กซี่ คนขับแท็กซี่ถามว่าเธอกำลังหาอะไรอยู่ เธอบอกเขาอย่างคนกังวลใจสุดขีดว่า เธอทำแหวนแต่งงานหาย จากนั้นจึงพยายามคิดย้อนว่า มันน่าจะหายไปตอนไหน และเมื่อไหร่?

ยิ่งคิดกีซ่าก็ยิ่งเครียด เพราะแหวนวงนั้นมีความหมายต่อเธอและสามีมาก ยิ่งหากสามีเธอรู้เข้า เขาจะรู้สึกเช่นไร เป็นเรื่องที่เธอไม่อยากนึกถึง ระหว่างที่กีซ่าโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ก็พลันคิดได้ว่า เธออาจทำมันตกระหว่างทางที่หิ้วของพะรุงพะรังออกมาจากศูนย์การค้า หรือช่วงเวลาที่เธอหย่อนเหรียญลงไปในขันขอทานเป็นแน่แท้ เธอคิด จากนั้นเธอจึงขอร้องแท็กซี่ให้พาเธอกลับไปยังศูนย์การค้า พร้อมกับความหวังเพียงน้อยนิด

แท็กซี่พาเธอกลับไปยังจุดเดิมด้วยความเร่งรีบ เมื่อมาถึงหน้าห้างฯหัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อเห็นว่าชายขอทานคนดังกล่าวยังคงอยู่ที่เดิม และมีท่าทีเหมือนรอคอยอะไรสักอย่าง หัวใจเธอเต้นโครมครามด้วยอาการลุ้นระทึก ทันทีที่ชายชราเห็นหน้ากีซ่า เขายิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนที่เธอจะยิงคำถามเสียอีก เขายื่นแหวนแต่งงานที่เธอตามหามาต่อหน้า และถามว่านี่ใช่แหวนของคุณหรือเปล่า มันตกลงมาในขันของผม และผมก็เฝ้ารอที่จะคืนมันให้กับคุณอยู่

“นี่ใช่แหวนของคุณหรือเปล่า มันตกลงมาในขันของผม และผมก็เฝ้ารอที่จะคืนมันให้กับคุณอยู่”

กีซ่าดีใจมาก ถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น พูดจาละล่ำละลักขอบคุณชายชราที่ชื่อ “บิลลี่” ซ้ำไปซ้ำมา บิลลี่เอง แม้ไม่รู้มูลค่าของแหวนวงดังกล่าว แต่เขาก็ดีใจไม่น้อยที่การกระทำของเขา ทำให้เจ้าของแหวนดีใจมากมายถึงเพียงนี้ ด้วยความซาบซึ้งในความซื่อสัตย์ของชายชรา หลังจากเจียดค่าแท็กซี่ไว้ กีซ่าได้มอบเงินทั้งหมดที่เธอมีในกระเป๋าเป็นสินน้ำใจให้เขา แน่นอนบิลลี่ดีใจมาก และกีซ่าเองก็กลับบ้านด้วยความเบิกบานใจ มากกว่าตอนให้ทานแก่ชายชราเป็นสิบเท่า

เมื่อกลับถึงบ้าน เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้สามีฟัง สามีเองก็ประทับใจในตัวชายชรามาก และคิดวิธีตอบแทนบิลลี่ผู้ซื่อสัตย์ ด้วยการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเขา แล้วโพสต์ลงในอินเทอร์เน็ต เพื่อระดมทุนช่วยเหลือ ในระยะเวลาไม่นาน ก็มีผู้ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือบิลลี่เป็นจำนวนถึงหนึ่งแสนดอลลาร์

และเมื่อกีซ่าและสามีนำเงินไปมอบให้บิลลี่ เขาดีใจมากอย่างยากจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูด ไม่ใช่ดีใจเพราะจำนวนเงินมากมายอย่างที่เขาขอทานทั้งชีวิตก็ไม่มีทางได้ แต่เป็นความสุขและความภาคภูมิใจที่เขาได้รับจากการทำความดีที่คนอื่นไม่ค่อยเห็นค่า แต่ให้ผลตอบแทนที่มากทั้งมูลค่าและคุณค่าอย่างยากที่หาจะอะไรมาเปรียบ มันคือรางวัลชีวิตที่ชายยากไร้อย่างเขาไม่คิดว่าตนเองจะได้รับ เขาขอบคุณสองผัวเมีย และสัญญากับตัวเองว่า เขาจะยึดมั่นในความซื่อสัตย์ที่เขามีไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

กฤษณา พาลีรักษ์

ผู้เขียน: กฤษณา พาลีรักษ์

คิดว่าการอ่านวรรณกรรมทำให้ชอบตั้งคำถามว่า เราเกิดมาทำไม และจะมีชีวิตที่ดีและมีคุณค่าได้อย่างไร เมื่อพบว่าตัวเองเป็นคนล้มเหลวทางโลกทุกอย่าง ความทุกข์ลึกๆ จึงผลักดันให้มาค้นหาความหมายและความสุขบนสายทางนักบวช