รู้ผิดจึงรู้แก้ไข

นาม ไร้นาม 28 พฤษภาคม 2017

ไม่ว่าที่ทางหรือแห่งหนใด คล้ายได้ยินเสียงผู้คนบ่นพร่ำถึงอุปสรรคมากมายในชีวิต จะมีบ้างก็แต่บางส่วน ที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม ที่เอาแต่ละเมอเพ้อเจ้อถึงความสุข แต่นั่นก็ยังเห็นขอบของความทุกข์ที่พวกเขาซุกซ่อนไว้เบื้องหลัง  ว่าก็คือ ในชีวิตของปุถุชนนั้น เต็มไปด้วยปัญหา อุปสรรค นั่นจึงทำให้โลกมีวิธีแก้ปัญหามากมายที่ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง นั่นก็ว่ากันไป  ความจริงก็คือ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ มากน้อยคงแล้วแต่การวางใจของคนผู้นั้น หากไล่เลียงกันออกมาแล้ว ปัญหามันมีอยู่ทุกระดับ ตั้งแต่เล็กน้อย จนใหญ่โต นั่นก็คงเป็นธรรมดา ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ปัญหาทางกาย

ไล่มาตั้งแต่ความเจ็บป่วยเล็กน้อยถึงหนักหนา ปัญหาความเป็นอยู่ อันนี้คนจนจะประสบมากหน่อย นั่นก็ทำให้ต้องขวนขวาย จนในที่สุดก็เข้าสู่ปัญหาสุขภาพ ไล่เรียงกันไปเป็นวัฏจักร ไม่จบไม่สิ้น แม้ในหมู่คนร่ำรวยก็ยังมีปัญหาเดียวกันในหลายครั้งที่พบเห็น ถ้าคนจนประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลน คนรวยก็ประสบภาวะล้นเกิน

ปัญหาทางใจ

เรื่องนี้ออกจะเป็นสิ่งที่เสมอภาพกันถ้วนหน้า ไม่เลือกว่าจะเป็นคนสถานะเช่นไร มันยึดโยงอยู่กับความปรารถนา ความรัก ความเกลียดชัง  มีความปรารถนาน้อย มีความเกลียดชังน้อย ก็เป็นปัญหาน้อย  มีความปรารถนามาก มีความเกลียดชังมาก ก็เป็นปัญหามาก  มีความรักผิดก็ก่อปัญหามาก มีความรักที่ดีงาม ปัญหาก็ลดลงไป  ทั้งนี้ การวางใจเป็นปัจจัยสำคัญ นั่นก็ว่ากันไป

ปัญหาทางความคิด

นี่ออกจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่พบเจอกันอยู่เสมอ มันเชื่อมโยงมาจากความรู้ สิ่งที่รับรู้ก่อให้เกิดความเชื่อ ความเชื่อก่อให้เกิดความยึดถือ นั่นก่อให้เกิดความกร่าง จากนั้นก็สิ่งผลถึงพฤติกรรม ฟังคนอื่นน้อยลง เราล้วนเป็นฝ่ายถูก คนอื่นทั้งนั้นที่ผิดพลาด และความจริงก็คือ คนทุกคนในโลกต่างก็มั่นใจว่าตนถูกต้องที่สุด สิ่งที่เราคิดและทำล้วนถูกและดี โดยไม่ได้หันกลับมามองเลยว่า ถ้าถูกและดีแล้ว ทำไมชีวิต สังคม โลก ยังไม่ดีตามที่เราคิด และแน่นอนว่าเมื่อเราเห็นเช่นนั้น ก็มักจะเกิดความคิดขึ้นมาว่า ก็เพราะคนอื่นๆ ไงที่ไม่ได้ถูกต้องดีงามอย่างที่เราเป็น

ในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง เมื่อตอนก๊วยเจ๋งตั้งชื่อให้บุตรชายของเอี้ยคัง ได้รำพึงถึงความผิดพลาดของเอี้ยคัง จึงได้ตั้งชื่อให้เด็กว่า เอี้ยก้วย ก้วยมีความหมายว่าผิดพลาด จากนั้นก็ตั้งชื่อรองว่า เก้ยจือ อันมีความหมายว่าแก้ไข โดยจะให้ความหมายในชื่อนั้นว่า เมื่อผิดพลาดจึงรู้จักแก้ไข

นี่เป็นความนัยที่มีความหมาย หรืออาจจะตีความไปได้แตกต่างกัน นั่นก็สุดแท้ แต่ความหมายหนึ่งก็คือ คนเราต้องรู้ความผิดพลาดของตนก่อน จึงจะนำไปสู่การแก้ไขได้  หากไม่รู้ข้อผิดพลาด ยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นถูกต้องอยู่ร่ำไป การแก้ไขย่อมไม่เกิดขึ้น คนผู้นั้นคงต้องแบกความผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว และก่นด่าโลก และชีวิตว่าช่างสร้างอุปสรรค ปัญหา ความทุกข์ให้ตนเสียเหลือเกิน

ดูเหมือนในกระบวนการแก้ปัญหาของชีวิตคนนั้น ยากที่สุดคงอยู่ที่ขั้นตอนแรก คือการมองเห็นความผิด ดั่งที่มีคนบอกว่า หมอนั้นรักษาคนไข้ไม่ยาก แต่มันยากตรงที่จะรู้โรค รู้ที่มานั่นตากหาก การจะวินิจฉัยโรคจึงยากกว่าการรักษาโรค อันนี้เขาว่ากันมาอย่างนั้น  เช่นเดียวกัน การจะมองให้ลึกลงถึงความชัดเจนของเรื่องราวที่เป็นอุปสรรคนั้น เป็นเรื่องยากกว่าการแก้ไข และโลกมีปัญหามากมายที่แก้ไขไม่ได้ เพราะผู้ก่อเรื่องนั้นมองไม่เห็นว่า แท้จริงแล้วเรานั่นเองที่เป็นต้นตอของเรื่อง การกระทำของเรานั่นเองที่กลายเป็นอุปสรรค นั่นทำให้ทุกอย่างมันยากขึ้นเรื่อยๆ และก็คงมีบ้างกระมังที่บางปัญหาไม่สามารถแก้ไข และนั่นถ้ามันเป็นเรื่องร้ายแรง ก็อาจกลายเป็นหายนะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

คนเราต้องรู้ความผิดพลาดของตนก่อน จึงนำไปสู่การแก้ไขได้  หากยังเชื่อมั่นว่าตนนั้นถูกต้อง การแก้ไขย่อมไม่เกิดขึ้น

ความจริงหนึ่งก็คือ ตลอดช่วงชีวิตของคน ไม่มีคราใดเลยที่เราจะไม่มีปัญหา หากเราเข้าใจเรื่องนี้ เราก็ย่อมอยู่กับปัญหาได้ไม่ยาก เมื่อมีปัญหา เราก็เพียงแต่เรียนรู้ ทำความเข้าใจถึงสาเหตุ และแก้ไขมันอย่างเท่าทัน ต่อเมื่อปัญหานั้นเบาบางลงไป มันก็จะมีปัญหาใหม่เข้ามาในชีวิตให้เราแก้ไขต่อไป เรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ ก็ว่ากันไปตามปัจจัยเงื่อนไข บางเรื่องง่าย บางเรื่องยาก

องค์ประกอบของการแก้ไขปัญหานั่นเองที่คนเรามักมีไม่เหมือนกัน หากเราวางได้ยาก ความยึดมั่นในตัวตนสูง ก็ยากที่จะแก้ไขได้ บางคราวแม้เราจะรู้ว่า เรานั่นเองที่ผิดพลาด แต่เราก็พยายามหาแพะรับบาป คืออย่างไรเสีย ก็จะไม่ให้ตนเป็นคนผิด ยังไงก็ต้องหาคนรับผิดชอบ ภาวะนี้เองที่ทำให้เรารู้ว่ากิเลสของคนนั้นซับซ้อนกว่าที่คิด

ไม่ง่ายเลยกับการอยู่กับปัญหา และการแก้ไข อย่างไม่ทุกข์ แต่นั่นจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เชียวหรือ หากเราฝึกฝนตนเองมากพอที่จะมองให้เห็นว่า ปัญหาก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้น เราก็เพียงเรียนรู้และแก้ไขมัน ความทุกข์ก็เป็นธรรมดาที่เกิดขึ้น เราก็เพียงเรียนรู้ที่จะเข้าใจ และวางมัน ไม่มีอะไรง่ายกับการทำงานภายใน แต่นั่นก็ย่อมมีความหมายด้วยว่า มันมีความเป็นไปได้