วิธีการนำ “สติ” มาใช้กับการทำงาน

จักรกริช พวงแก้ว 18 เมษายน 2019

การนั่งสมาธิหรือฝึกสติอยู่บนเบาะรองนั่งคุณจะได้ฝึกอยู่เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าคุณฝึกสติในการทำงานคุณจะได้รับมือกับความขัดแย้ง จัดการกับงาน และเสนอความคิดอย่างสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้ที่จะทำให้คุณได้ฝึกสติอย่างสนุกขึ้น

5 วิธีต่อไปนี้ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานอย่างมีสติได้

1. ความตั้งใจอย่างแน่วแน่

เรามักจะพบว่าเราออกนอกเส้นทางจากงานที่ทำอยู่บ่อยๆ อาจไม่ตั้งใจทำงาน หรือแม้แต่การทำงานอย่างไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งมักจะสร้างปัญหาให้กับตัวเราเองหรือกับเพื่อนร่วมงาน  การฝึกสตินั้นจะทำให้เราเรียนรู้ที่จะใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มีส่วนร่วมกับสิ่งที่ทำและอยู่กับงานอย่างเต็มที่ ถ้าเรายินยอมให้ตัวเราได้อยู่กับปัจจุบันขณะ อยู่กับสิ่งตรงหน้า จะทำให้เราเรียนรู้ที่จะทำงานอย่างใส่ใจมากกว่าทำอย่างเอาเร็วด่วนได้

ทดลองทำสิ่งต่อไปนี้ :

ในการประชุมครั้งต่อไป ให้ลองสังเกตและจดบันทึกไว้ว่าคุณไม่ได้ให้ความใส่ใจในการประชุมบ่อยแค่ไหน  การประชุมที่จะเกิดขึ้นครั้งหน้าให้คุณอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้นและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ลองจดบันทึกผลที่เกิดขึ้นกับการประชุมนั้นว่าแตกต่างกับที่ผ่านมาอย่างไรและเพื่อนร่วมงานคุณมีปฏิกิริยาอย่างไร

2. มีความเชื่อมั่น

การฝึกสตินั้นสอนเราหลายอย่าง แต่สิ่งแรกที่เราพบได้คือการนั่งนิ่งๆ เฉยๆ ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกสบายขึ้น และในขณะที่มันเริ่มก่อปัญหาก็จะทำให้เราได้คิดถึงคำถามบางอย่าง เช่น เราจะรู้สึกสบายกับร่างกายของเราได้ไหม  การที่เราสำรวจความไม่สบายกายนี้จะเป็นหนทางไปสู่การฝึกความรู้สึกตัว ซึ่งทำให้เห็นว่าเราจะสามารถอยู่กับตนเองได้อย่างไร ได้ปลูกฝังความเชื่อมั่นในความเป็นตัวเรา และรู้ว่าเราอยู่ตรงไหนในพื้นที่นี้

ทดลองทำ :

ให้เขียนถึง 2-3 สิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกกระวนกระวายใจ อาจเป็นสิ่งเล็กน้อย เช่น การยืนคอยคิวซื้อกาแฟ หรือความหงุดหงิดกับเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ  ให้สำรวจอย่างละเอียดในแต่ละชั่วขณะว่าอะไรที่ทำให้เป็นเช่นนี้ มีอะไรที่เด่นชัดออกมา และอะไรที่เป็นรากของความกระวนกระวายใจนี้

สำรวจความรู้สึกที่ไม่สะดวกสบายนี้ด้วยการนั่งนิ่งๆ และอนุญาตให้เราได้สร้างความเชื่อมั่นในทุกสิ่งที่เราทำ

3. ใช้วิธีคิดให้เหมือนกับแว่นขยายที่เห็นได้หลายมุมมอง

ผู้คนมักจะมีความคิดมีมุมมองเกี่ยวกับงานในหลายแง่มุม เช่น หัวหน้าฝ่ายการเงินต้องการความได้เปรียบทางการเงิน  ลูกค้าต้องการการบริการที่ดี  ผู้จัดการฝ่ายขายปรารถนาที่จะปิดการขาย

บ่อยครั้งที่มุมมองเหล่านี้ไปจำกัดวิธีคิด และเราพบว่าเรากำลังโต้เถียงกับงาน และผลักไสมันออกไปมากกว่าการที่เราจะมองกลับเข้าไปดูภายใน  สติจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้พบกับมุมมองที่หลากหลาย ทำให้เราได้ปรับเปลี่ยน จัดการ และผสมผสานมุมมองเพื่อที่จะให้เกิดภาพที่สมบูรณ์และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการทำงาน

ทดลองทำ :

เมื่อคุณเจอกับสภาพการทำงานที่ยาก สิ่งแรกที่ควรทำคือ ให้คิดในทางตรงกันข้ามสำหรับกรณีที่เกิดขึ้น เขียนถึงมุมมองต่างๆ ทั้งข้อโต้แย้งและเป้าหมายของงาน ทำแบบนี้ให้กลายเป็นเรื่องปกติที่ทำเป็นประจำ และรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานก่อนที่จะแก้ไขข้อขัดแย้งและปัญหาที่เกิดขึ้น

4. เสริมสร้างการควบคุมอารมณ์

ด้วยการฝึกสติอย่างสม่ำเสมอ สติจะควบคุมอารมณ์อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยสร้างทักษะความฉลาดทางสังคม เช่น ความเห็นอกเห็นใจ ความกลมเกลียว และการรับฟังกัน ทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะคงไว้ในสุขภาวะการทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ดี

ลองทำดู :

เมื่อมีอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้หมดกำลังใจหรือเรื่องที่ให้ผลดี ให้เขียนอธิบายอารมณ์ของคนที่เกี่ยวข้องในแต่ละส่วนว่าส่งผลกระทบต่อกันอย่างไร และคุณกับคนอื่นๆ มีอารมณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง

5. ส่งเสริมสภาพการทำงานที่ดี

เราทุกคนต่างต้องการสุขภาวะที่ดีในการทำงาน ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับตัวเราเองและในส่วนของเพื่อนร่วมงานซึ่งมักจะเป็นไปได้ยาก  ความเป็นจริงที่เราพบได้ทั่วไปคือสภาพความเป็นพิษในการทำงาน  มาร่วมสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสถานที่ทำงานที่ดีและทุกคนมีส่วนร่วมกัน คือ การสร้างความไว้วางใจ ความตรงไปตรงมา ความเคารพ และการให้คุณค่าความเป็นมนุษย์

ลองทำดู :

อธิบายความรู้สึกของคุณต่อที่ทำงานและเพื่อนร่วมงาน จะทำอย่างไรให้เป็นสถานที่ทำงานที่ดีและมีแรงบันดาลใจในการทำงาน  ให้จำแนกว่าสุขภาวะที่ดีและใครที่ควรรับผิดชอบ ให้เขียนเป็นแผนภาพ นำมาพิจารณาว่าจะสนับสนุนเพื่อนร่วมงานและการฝึก

ทดลองฝึกตามวิธีการข้างต้นจะช่วยให้คุณมีสติในที่ทำงานมากขึ้น จะเป็นผลดีต่อตัวคุณเอง ต่อเพื่อนร่วมงาน และต่องานที่คุณทำ


แปลและเรียบเรียงจาก : How to bring Mindfulness to work

โดย : Michael Carroll

ที่มา : https://www.mindful.org/on-the-job-confidence/

จักรกริช พวงแก้ว

ผู้เขียน: จักรกริช พวงแก้ว

ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา