สูงวัยไม่หวั่นไอที

วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง 21 พฤษภาคม 2017

โรงเรียนบ้านธาตุไม่ได้ห่างไกล อยู่ริมถนนใหญ่แถวสี่แยกเดชอุดม ไม่ไกลจากตัวอำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี

เป็นโรงเรียนชานเมืองที่ดูไม่น่าขาดแคลน  แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมาพบว่าโรงเรียนที่อยู่ใกล้ความเจริญแห่งนี้ยังมีด้านที่ขาดแคลน

จำนวนนักเรียนลดลงทุกปี จน ๘ ชั้นเรียน มีนักเรียนไม่ถึง ๑๐๐ คน

เมื่อได้ประชุมหารือกัน  รศ.ชาญชัย ศุภอรรถกร จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และคุณครูศิริลักษณ์ คมเฉียบ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านธาตุ ก็เห็นร่วมกันว่า ต้องทำให้โรงเรียนมีจุดเด่นบางอย่างขึ้นมา

กระทั่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะเอาเรื่องไอซีที (Information Communication Technology) เป็นตัวนำในการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน

“ครูในโรงเรียนของเราส่วนใหญ่ค่อนข้างสูงวัย จะกลัวคอมพิวเตอร์มาก”  ผอ. ศิริลักษณ์ เล่าสภาพปัญหาที่เป็นอยู่

ผู้อำนวยการโรงเรียนพยายามพัฒนาศักยภาพครูด้วยการหาโปรแกรมง่ายๆ มาให้ครูฝึกใช้เก็บรวบรวมคะแนนนักเรียน แบบบังคับกลายๆ ว่าให้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการออกเกรดนักเรียน

ครูก็เอากลับไปบ้าน ให้ลูกช่วยทำ

“ครูบอกว่าไม่มีความรู้เรื่องไอที เลยไม่กล้าทำ จนอาจารย์ชาญชัยมาชวนร่วมทำวิจัย”

“เป็นทุนวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) อนุมัติผ่านมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ต่างจากการวิจัยทั่วไปที่ส่วนใหญ่ประเด็นวิจัยมักมาจากความต้องการของนักวิจัย  แต่วิจัยท้องถิ่นต้องเป็นความต้องการของชุมชน และชุมชนต้องมีส่วนร่วม”  รศ.ชาญชัย เล่าเบื้องหลัง

“เมื่อ ผอ. เล่าถึงสภาพและสิ่งที่โรงเรียนต้องการ เราก็เห็นร่วมกันว่าต้องนำไอซีทีมาใช้ในโรงเรียนบ้านธาตุให้มากขึ้น  แต่ครูส่วนใหญ่อายุเกิน ๕๐ ปีไปแล้ว  และผู้สูงอายุกับไอทีก็เหมือนคู่ขัดแย้งกัน ใช้ไม่เป็น กลัวทำไม่ถูก  เรื่องนี้กลายเป็นจุดตั้งต้นของการวิจัย  หารูปแบบในการเสริมสร้างสมรรถนะในการใช้ไอซีทีสำหรับครูผู้สูงอายุ”

การวิจัยเพื่อท้องถิ่นเน้นการมีส่วนร่วมและการใช้ข้อมูลมากำหนดแนวทางการแก้ปัญหา มีการจัดเวทีชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัย จนได้ทีมวิจัยชุมชนเข้าร่วมด้วย ๑๗ คน

ประชุมหาข้อมูลมากำหนดกิจกรรมที่จะทำ ออกแบบเครื่องมือการวิจัย ให้แตกต่างจากการอบรมทั่วไปที่มาประชุมนั่งฟังแล้วแยกย้ายกันไป ไม่ได้ทักษะอะไรจริงจัง

พบว่ากระบวนการที่ให้ทีมวิจัยชุมชนเข้ามีส่วนร่วมในการค้นหาปัญหาของตน และร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงาน ทำให้เกิดการยอมรับและยินดีเข้าร่วมเรียนรู้

เริ่มจากการทำให้ครูสูงวัยมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้ไอซีที โดยมีนักศึกษาในทีมวิจัยคอยเป็นกัลยาณมิตรดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดระหว่างฝึกเรียนรู้การใช้ไอที  โดยมีเป้าหมายในการสร้างความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ดีในการใช้ไอซีที

“ก่อนนี้ยังไม่ใช้สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ไม่จับเลย  นั่งหน้าจอคอมฯ แล้วตาลาย จะอาเจียน”  ครูโรงเรียนบ้านธาตุคนหนึ่งเล่าภูมิหลังของตัวเอง

ระหว่างการวิจัย จัดอบรม ๗ ครั้ง ในวันเสาร์อาทิตย์

“ทีแรกว่าเหนื่อย วันเสาร์อาทิตย์ไม่ได้หยุด”  ผอ. พูดถึงครูในโรงเรียน  “แต่พอไปแล้วสนุก ถึงเวลาพักเบรคยังไม่อยากลุก เพราะสนุกไปกับเรื่องที่ได้เรียนรู้  อานิสงส์จากตรงนั้นทำให้เริ่มสนใจคอมพิวเตอร์”

“ต่อมาออกโทรศัพท์ใหม่เป็นสมาร์ทโฟนเลย เล่นไลน์ได้”  ครูที่เคยแพ้จอคอม เล่าความเปลี่ยนแปลงของตัวเองหลังรับการอบรมในโครงการวิจัย

“จากหัดเล่นไลน์ เล่นเฟสบุ๊ค ก็ค่อยๆ ใส่เนื้อหา การใช้โปรแกรมเวิร์ด เอ็กเซลเข้าไป”

ผอ. เล่าพัฒนาการด้านไอซีทีของครูในโรงเรียน

การให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการค้นหาปัญหาของตน และร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงาน ทำให้เกิดการยอมรับและยินดีเข้าร่วมเรียนรู้

“ตอนนี้ครูโรงเรียนบ้านธาตุสามารถค้นหาข้อมูลจากยูทูบไปสอนนักเรียนได้  เราเรียนผ่านดาวเทียมของโรงเรียนไกลกังวล หัวหินด้วย ก็ได้ใช้ความรู้ที่ได้จากการอบรม  นักเรียนไม่เข้าใจเนื้อหาก็ต่อโน้ตบุ๊คขึ้นจอค้นกูเกิล  จะฝึกการเล่นละคร ร้องรำ ครูทำไม่เป็นก็เปิดดูจากเน็ต”

รวมทั้งการเตรียมสอบโอเน็ตทุกวิชา ครูก็หาตัวอย่างข้อสอบมาให้นักเรียนฝึกทำได้จากอินเตอร์เน็ตเช่นกัน

ตอนนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีโปรแกรมสำเร็จรูปให้โรงเรียนใช้บันทึกข้อมูลรายบุคคลของนักเรียน  ข้อมูลพื้นฐาน การมาเรียน การฝากออมทรัพย์ บันทึกสุขภาพ ของนักเรียนแต่ละคนได้รับการบันทึกไว้ครบถ้วน

“ทีแรกทำในเล่มแล้วครูประมวลผล  พอเราใช้โปรมแกรม คอมฯ จะรวมให้ทั้งหมดแล้วแสดงผลออกมา”  ผอ. เล่าความก้าวหน้าด้านไอซีทีของโรงเรียน แล้วขอให้ครูลองเปิดให้ดู

“ครูประจำชั้นจะมีรหัสเข้าดูชั้นตัวเอง ผอ. ดูได้ทั้งโรงเรียน  นักเรียนแต่ละคนก็เข้าดูของเขาได้โดยใส่เลขบัตรประชาชนของตัวเอง”

เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้งานของครูเบามือขึ้นมาก  “จะลาหยุดก็เข้าโปรแกรมพิมพ์ผ่านระบบนี้ได้  ผอ.ก็สามารถอนุมัติผ่านทางนี้” ครูอีกคนเล่า

เมื่อครูใช้เป็นก็ได้ขยายผลไปสู่เด็กด้วย ครูเล่าว่าตอนนี้นักเรียนชั้น ป.๑ พิมพ์งานส่งครูได้

ทุกห้องเรียนมีคอมพิวเตอร์และจอ ให้ครูและนักเรียนใช้ค้นข้อมูลได้ มีแอพแปลภาษาอังกฤษ-ไทยให้ใช้

สำหรับกลุ่มครูที่ได้หัดใช้ไอซีทีเมื่อสูงวัย  “ออกโทรศัพท์ใหม่ ตอนนี้ไม่ใช้โทรศัพท์แบบปุ่มกดแล้ว มีกลุ่มไลน์ของโรงเรียน มีอะไรก็สื่อสารกัน ครูที่เกษียณไปแล้วก็ยังได้ติดต่อกันอยู่ทางไลน์นี่แหละ  ก็ได้ความรู้มาจากตอนนั้น  โครงการวิจัยเกิดประโยชน์อย่างมากมาย”

ทั้งต่อนักเรียนเยาวชนที่รับผลต่อเนื่อง  และต่อครูสูงวัยที่ได้ทันยุคสมัย และเป็นคนสูงวัยที่ไม่หวั่นกลัวไอซีที