เพื่อนรู้สึกตัว

เอกภพ สิทธิวรรณธนะ 3 เมษายน 2016

เสียงหญิงสูงวัยกล่าวขึ้นอย่างมั่นใจที่หน้าห้องโถง ท่ามกลางเสียงนกนานาพันธุ์ และมวลไม้ที่ไหวตามแรงลม

“นับจากนี้เราจะปฏิบัติด้วยกันตลอดเวลา 5 วัน ตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งเข้านอน ไม่มีการพัก ใครคิดว่าไม่ไหวก็ขอให้กลับเสียแต่ตอนนี้ …มีไหม?”

‘คุณป้า’ ยื่นคำขาดแก่พวกเรา มันเป็นเงื่อนไขข้อหนึ่งในฝึกฝน ‘ความรู้สึกตัว’ ในสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ แน่นอน ไม่มีใครยกมือขอกลับบ้าน พวกเราเตรียมใจกันมาแล้ว

คุณป้าพยักหน้าเป็นสัญญาณให้พวกเราเริ่มต้น ยี่สิบกว่าชีวิตจึงลุกขึ้นแยกย้ายกันฝึกปฏิบัติเพื่อการเจริญสติ บ้างสร้างจังหวะ 14 ขั้นตามแนวหลวงพ่อเทียน บ้างเดินจงกรมตามระเบียงห้อง นับจากนี้ ทุกขั้นแห่งการขยับ ทุกจังหวะแห่งการเหยียดแขนคู้ขา ทุกก้าวที่ย่ำเดิน ล้วนคือขั้นตอนแห่งการปลุกความรู้สึกตัวให้ตื่นขึ้น ปลูกสติให้แข็งแรงปราดเปรียวเพื่อนำมาใช้งาน

หากทำด้วยใจที่ปล่อยวาง ทำใจดีกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น คุณป้าบอกว่าพวกเราจะค่อยรู้จักกายใจของตน เรียนรู้ความจริงโดยมีตนเองเป็นครูนำทาง ห้าวันแห่งการปฏิบัติร่วมกันจะไม่สูญเปล่า และเราจะมีกำลังใจฝึกปฏิบัติต่อไปในชีวิตประจำวัน

ผมเองจับจองมุมห้องที่แสงแดดส่องถึง เห็นทิวทัศน์ภายนอก อุณหภูมิไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เมื่อได้ที่ก็เริ่มสร้างจังหวะตามแนวทางที่คุณป้าบอก

ไม่นานก็ง่วงและหลับหัวทิ่ม

เพียงอึดใจ คุณป้าก็เดินมาปลุกสะกิดไหล่ กระซิบให้กำลังใจ แนะนำให้แก้อารมณ์ง่วง อย่าให้ความง่วงครอบงำและปลุกปล้ำให้หลับไป ให้ผมสลัดความง่วงทิ้งตั้งแต่มันเพิ่งเริ่มก่อตัว

“เวลาฝนตั้งเค้า แม่ค้าร้านตลาดเขาจะรู้ตัวและรีบเก็บพริกเก็บกระเทียม ข้าวของจะได้ไม่เปียก มาเก็บของตอนเปียกปอนแล้วเห็นจะไม่ทันการ” คุณป้าแนะ

ความง่วงนั้นเล่นงานทุกคนไม่เว้นหน้า ใครบางคนเริ่มเปรียบว่าความง่วงเหมือนมารผจญ แต่คุณป้าก็เน้นย้ำให้ทำใจดี อย่าไปเปรียบอะไรว่าเป็นยักษ์เป็นมาร ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นมีขึ้นให้เราได้เรียนรู้ ความง่วงเป็นขั้นตอนหนึ่งที่เราต้องพบเจอและผ่านไป เพียงเรางดให้อาหารความง่วงโดยการทำตัวให้สดชื่น ไม่ปล่อยให้ง่วงตามความเคยชิน สุดท้ายมันก็จะเฉาและไม่มารบกวนเราเอง

เรียนรู้ความจริงโดยมีตนเองเป็นครูนำทาง ทำด้วยใจปล่อยวางกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

Photo by Ian Stauffer on Unsplash

การฝึกสร้างความรู้สึกตัว หรือ เจริญสตินั้น คนนอกอาจมองว่าพวกเราคงจะสบาย เพียงนั่งสร้างจังหวะ เดินจงกรมไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำอะไร แต่เชื่อเถิดว่า ภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่ง พวกเขาพยายามยิ่งที่จะแสวงหาหนทางอยู่กับความง่วง ความเบื่อความเซ็ง ความโกรธความเศร้า และอีกนานาความ

บ้างเผลอเฝ้ารอว่าเมื่อใดจะถึงเวลาอาหารหรือเวลานอน ทุรนทุรายจากความอยากกลับบ้านหรือไม่ก็อยากครอบครองความสำเร็จ อยากเก็บเกี่ยวผลจากการปฏิบัติเร็วๆ

บางครั้งเผลอตำหนิสิ่งที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด โกรธตัวเองที่โกรธ เซ็งตัวเองที่เซ็ง ปรารถนาที่จะไม่ปรารถนา เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ตนจะไม่เฝ้ารอ ความขัดแย้งในใจตลบทบซ้อนกันเข้า กลายเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง ยังไม่นับรวมทุกขเวทนาจากความปวดขาปวดน่อง เจ็บเอวเคล็ดสะโพกจากการนั่งนานหรือเดินมาราธอน น่าสังเกตว่าความปวดส่วนหนึ่งมาจากความเป็นธรรมดาของสังขาร และอีกส่วนหนึ่งมาจากการปฏิบัติที่เคลือบเจือด้วยความอยาก ส่งผลให้กายเครียดเกร็งตามไปด้วย

ฟังดูการปฏิบัติยากและเป็นทุกข์ไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ แต่ข่าวดีก็คือ ผมและเพื่อนร่วมปฏิบัติได้อยู่กับอารมณ์เหล่านี้นานพอ มีความรู้สึกตัวเป็นเครื่องช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ยิ่งทำตามเคล็ดลับที่คุณป้าบอกไว้แต่แรกคือ ให้ทำใจดี ไม่ตำหนิความทุกข์ที่ปรากฏ รวมถึงไม่ลิงโลดกับความสุขที่เกิดขึ้น ดังนั้น พวกเราจึงค่อยรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวในกายใจที่แจ่มชัด ไม่นานค่อยเห็นภาพที่ปรากฏอย่างซื่อๆ ได้ยินเสียงที่เพียงสดับอย่างไร้ป้าย ไร้นาม ไร้การปรุงแต่ง

ไม่ตำหนิความทุกข์ที่ปรากฏ ไม่ลิงโลดกับความสุขที่มันเกิด

พวกเราทยอยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่า ปัจจุบันขณะ

ปัจจุบันขณะ ทำหน้าที่เหมือนเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ความจริงที่เกิดขึ้นทีละขณะ ราวกับความจริงค้อมตัวเชิญผมเป็นคู่เต้นรำ เชื้อเชิญให้ถามไถ่ทำความรู้จัก ไหน…เธอเป็นอย่างไร เธอเป็นแบบนี้จริงหรือ อ้อ…แบบนี้นี่เอง

ผมสัมผัสจริงๆ เสียทีกับแสงแดด สายลม กับนกน้อยกิ้งก่าละแวกนั้น ได้ยอมรับเสียงภายในจริงๆ เสียที ได้เห็นความโหยหาอาลัย ความเสียดายเสียใจเป็นอาทิ รู้แล้วก็เททิ้งไปเสีย กลับมาสัมผัสอารมณ์ที่เป็นกลางๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ ความเป็นปรกตินี่แหละประเสริฐยิ่ง

ปฏิบัติไปจนหมดเวลาห้าวันด้วยความเบิกบาน ผมกลับบ้านพร้อมกับความรู้สึกตัวที่ถูกปลุกขึ้นอย่างมีความหวัง ทุกวันนี้ก็ยังหมั่นเจริญสติและปลุกความรู้สึกตัวในทุกเช้าตรู่

แม้ผมจะยังเรียนไม่จบหลักสูตร แต่เพียงแค่ได้รู้จักเพื่อนที่ชื่อ ‘ความรู้สึกตัว’ สิ่งที่เรียกว่าปัจจุบันขณะก็ไม่ใช่จินตนาการอีกต่อไป แต่ปรากฏอยู่แล้วรอบตัว ที่นี่ เดี๋ยวนี้

…พร้อมๆ กันเลยกับความอยู่เย็นเป็นสุข

เอกภพ สิทธิวรรณธนะ

ผู้เขียน: เอกภพ สิทธิวรรณธนะ

Backstage writer, Urban sketcher