ศิลปะเพื่อชีวิตและอิสรภาพของคนรุ่นใหม่

คำถามอารมณ์ป่วน

  

  

______________________________________________________________________________

 

        ปุจฉา - พระอาจารย์ช่วยแนะนำ หรือกล่าวเตือนสติหน่อยคะ ตอนนี้หนูเต็มไปด้วยความโกรธ แค้น จิตใจขุ่นมัว มันคุในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเรื่องมีอยู่ว่า พี่สาวของหนูเป็นคนช่างติ หาเรื่องมาติได้ตลอด ข่มว่าหนูว่าแย่เสมอ ถามแบบไล่บี้ให้จนมุม หรือถ้าหนูตอบว่าไม่รู้ หรือหนูผิด หนูแย่ พี่สาวจึงจะหยุด และพอใจ 

        หนูสะสมมันไว้แบบไม่รู้ตัว จนเมื่อเร็ว ๆ นี้ พอพี่สาวหนูไม่รู้ หรือทำอะไรพลาด หนูรู้สึกโกรธ ไม่ได้ดังใจแล้วพาลไปเรื่อย มันคุในใจ ทำใจหนูหม่นหมองมาหลายวันแล้ว พยายามบอกตัวเองว่า ทีคนอื่นยังให้อภัยได้ ทำไมพี่สาวเราจะให้ไม่ได้ แต่ก็ทำได้เพียงทุเลาความโกรธ รบกวนอาจารย์ช่วยเตือนสติที หนูอยากให้ไฟในใจหนูดับลงคะ

        พระไพศาล วิสาโล  วิสัชนา - ที่คุณรู้สึกคุคั่งในใจจนหม่นหมองมาหลายวัน คงเป็นเพราะเก็บสะสมความโกรธไว้นาน หากเป็นเช่นนี้เรื่อยไปสุขภาพของคุณทั้งกายและใจคงแย่ลง แต่การระบายออกไปก็ไม่ช่วยมากนัก อาจสร้างปัญหาสะท้อนกลับมายังคุณ ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจเพิ่มขึ้น การให้อภัยนั้นช่วยบรรเทาความโกรธได้ก็จริง แต่หากคุณต้องเจอกับคำว่ากล่าวของพี่สาวอยู่เรื่อย ๆ คุณคงจะให้อภัยไม่ไหวถ้ายังปล่อยให้ความโกรธครอบงำใจคุณทุกครั้งที่ถูกพี่สาวว่ากล่าว 

        สิ่งที่คุณน่าจะทำก็คือ มีสติรู้ทันความไม่พอใจที่เกิดขึ้นเวลามีคำพูดมากระทบ สติจะช่วยป้องกันมิให้ความไม่พอใจนั้นลุกลามกลายเป็นความโกรธ วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้มีสติคือ น้อมจิตมาอยู่กับลมหายใจ เวลาถูกพี่สาวต่อว่า คุณลองหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ อยู่กับลมหายใจอย่างนี้สัก ๔-๕ ครั้ง วิธีนี้ยังช่วยให้ใจไม่ออกไปรับแรงกระทบจากคำพูดของพี่สาวจนเกิดความเจ็บปวดหรือเป็นทุกข์ขึ้นมา เมื่อตั้งสติได้แล้วจึงค่อยพูดกับพี่สาว จะทำให้คำพูดของคุณไม่เจือด้วยอารมณ์

        ประการหลังนั้นอาตมาคิดว่าสำคัญเช่นกัน เพราะคุณไม่ควรเป็นฝ่ายรองรับอารมณ์พี่สาวอย่างเดียว หาไม่แล้วพี่สาวก็จะกระทำกับคุณเช่นนี้เรื่อยไป ซึ่งนอกจากไม่เป็นผลดีกับคุณแล้ว ยังเป็นผลเสียต่อเธอด้วย ทำให้เธอลุแก่โทสะง่าย ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ของตน คุณควรบอกให้เธอรู้ว่า เธอไม่ควรใช้อารมณ์กับคุณ หากมีเหตุที่จะท้วงติงหรือตำหนิ ควรพูดดี ด้วยเหตุด้วยผล คุณพร้อมจะรับฟังและแก้ไขหากเป็นความผิดของคุณ ขณะเดียวกันเธอก็ควรรับฟังเหตุผลหรือคำชี้แจงของคุณด้วยเช่นกัน 

        การที่คุณจะทำเช่นนี้ได้ก็ต้องอาศัยความกล้า แต่หากคุณไม่ทำเช่นนั้น คุณก็จะกลายเป็น “ลูกไล่”ของเธอเรื่อยไป และจะทำให้เธอเป็นคนเจ้าอารมณ์หนักขึ้น แต่หากคุณกล้าที่จะทำสักครั้งโดยใช้วาจาที่สุภาพและอย่างมีสติ แม้เธอจะไม่พอใจหรืออาละวาดขึ้นมา แต่หากคุณไม่ยอมเธอเหมือนก่อน เธอก็จะเรียนรู้ว่าเธอควรหันมาพูดคุยกับคุณให้ดีกว่าที่ผ่านมา แต่หากเธอยังเผลอตัว ใช้อารมณ์กับคุณ นั่นแหละคือเวลาที่คุณควรให้อภัยเธอ การให้อภัยนั้นควรเกิดขึ้นเมื่อจิตใจคุณมั่นคงแล้ว ตราบใดที่คุณยังกลัวเธอ การให้อภัยย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ 

        ดังคานธีได้กล่าวว่า หนูไม่อาจให้อภัยแมวได้อย่างแท้จริงหากยังกลัวแมวอยู่

 

 

        ปุจฉา - นมัสการพระคุณเจ้าเจ้าค่ะ ดิฉันอยากรบกวนสอบถามพระคุณเจ้า หลายอาทิตย์มานี้ดิฉันรู้สึกอยากไอศกรีม ซเวนเซ่นที่ไม่ได้กินมาปีเศษ เพราะสั่งมากินแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ได้อร่อยอะไรนักหนามันก็ไอติม แล้ววันนี้ก็ไปซื้อเค้กมากินเจ้าค่ะ แพงมากที่เดียว กินไปสองชิ้นก็รู้สึกอย่างนั้นอีกแล้ว มันก็เค้กไม่ได้อร่อยอะไรมากมายที่จะทำให้เราต้องอยากกินขวนขวายหามากิน แบบนี้มันคือความรู้สึกอะไรกันเจ้าคะ

        พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - คงเป็นความเบื่อหรือความรู้สึกเฉย ๆ อารมณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หรือกินเวลานาน สาเหตุอาจเป็นเพราะได้สัมผัสกับสิ่งที่ดีกว่า (หรืออร่อยกว่า) มาแล้ว ก็เลยรู้สึกว่า มันไม่อร่อยเหมือนเดิม ไม่ต่างจากตอนเป็นเด็ก ยามได้กินลูกอมหรือไอศกรีมราคา ๒-๓ บาท ก็รู้สึกอร่อยสุดยอด ยิ้มแก้มปริ แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่ ได้ลิ้มรสลูกอมหรือไอศกรีมนั้นอีก กลับไม่รู้สึกอร่อยเสียแล้ว อาจกินไม่หมดด้วยซ้ำ ทั้งนี้เพราะได้เจอของที่ดีกว่านั้นมาแล้วนั่นเอง 

        นอกจากนั้นความคาดหวังที่ตั้งไว้สูงก็มีส่วน กล่าวคือ เค้กชิ้นนั้นอร่อยก็จริง แต่พอคุณตั้งความหวังไว้สูงมาก (เนื่องจากราคาแพง หรือซื้อจากห้างดัง) ครั้นรสชาติของมันไม่ถึงระดับที่คุณคาดหวัง คุณก็เลยรู้สึกว่าไม่อร่อย เช่นเดียวกับเงิน ๑๐ ล้านแม้เป็นเงินที่สูงมาก แต่หากคุณตั้งความหวังไว้ที่ ๒๐ ล้าน การได้ ๑๐ ล้านย่อมทำให้คุณไม่มีความสุขเลย กลับเป็นทุกข์ด้วยซ้ำ

 

        ปุจฉา – กราบเรียนพระอาจารย์ คุณแม่ผมท่านอายุมากแล้ว เมื่อก่อนคุณแม่มีฐานะดี แต่ปัจจุบันท่านไม่ร่ำรวยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ท่านชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น กับพี่ๆน้องๆ ทำให้ท่านคิดไปเองว่าพี่น้องดูถูกท่าน พอผมเตือนสติท่านจะหาว่าผมไม่เข้าข้างท่าน เห็นคนอื่นดีกว่าสำคัญกว่าแม่ และไม่ยอมพูดกับผมเลย ผมควรจะทำยังไงดีครับ ผมทุกข์ใจมาก

        พระไพศาล วิสาโล  วิสัชนา- คนเราเวลามีความทุกข์ ก็อยากให้คนอื่นเห็นใจ คุณแม่ของคุณกำลังมีความทุกข์ เพราะรู้สึกว่าพี่น้องดูถูกเนื่องจากมีฐานะตกต่ำลง จึงอยากได้ความเห็นใจจากคุณ ดังนั้นเมื่อเมื่อไม่ได้รับสิ่งนั้นจากคุณ จึงไม่พอใจหรือน้อยใจ ทั้ง ๆ ที่คุณหวังดีต่อท่าน แต่สิ่งที่คุณพูดนั้น ท่านยังไม่อยากฟัง

        อย่างไรก็ตาม ขอให้คุณอดทนและพยายามเข้าใจความรู้สึกของท่าน ขณะเดียวกันเมื่อรู้ว่าการเตือนสติท่านตรง ๆ นั้นไม่มีประโยชน์ ก็ควรหาวิธีการเตือนสติแบบอ้อม ๆ เริ่มจากการบอกให้ท่านรู้ว่าคุณเข้าใจความรู้สึกของท่าน จากนั้นก็ชวนให้ท่านหันมามองในอีกมุมหนึ่ง เช่น เห็นว่าทุกวันนี้แม้จะไม่ร่ำรวย แต่ก็มีความสุข ไม่เจ็บไม่ป่วย โดยคุณไม่จำเป็นต้องพาดพิงถึงญาติพี่น้องเลยก็ได้ การหาจังหวะพูดเรื่องนี้ ในเวลาที่ท่านพร้อมจะรับฟัง ก็มีความสำคัญเช่นกัน

 

         ปุจฉา - นมัสการหลวงพ่อเจ้าค่ะ ดิฉันมีปัญหาที่จะมาขอคำแนะนำจากท่านเจ้าค่ะ

         ดิฉันเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง หรือเรียกว่า คนขี้ขลาด มักมีความลังเลในการตัดสินใจ เช่น เมื่อคุณหมอแนะนำให้ผ่าตัดคว้านชิ้นเนื้อที่หน้าอกออกบางส่วน เพราะเนื้อหินปูนส่วนนั้นอาจเป็นอันตรายในอนาคต แต่ดิฉันก็ยังลังเล กลัวเจ็บ กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และผลจากการผ่าตัดที่จะตามมา จนทำให้คุณหมอ รู้สึกเหมือนรำคาญ ดิฉันเป็นอย่างนี้บ่อย ๆ กับเรื่องอื่น ๆ ด้วย จนคนรักและเพื่อน ๆ เริ่มรำคาญเช่นกัน เพราะมองว่าดิฉันมีปัญหาเล็กน้อย แต่ไม่ยอมตัดสินใจทำให้เรียบร้อย ยึดติดแต่สิ่งที่เคยเป็น จนไม่กล้าตัดสินใจทำสิ่งใหม่ เหมือนกบที่ไม่ยอมเปิดออกจากกะลา

         และช่วงนี้ดิฉันกำลังตั้งใจจะแยกตัวออกมาอยู่ลำพัง ด้วยสาเหตุว่าเมื่ออาศัยอยู่กับพี่สาวหลายคน แต่มักเกิดการกระทบกระทั่งกันอยู่เป็นประจำ ด้วยความคิดเห็นที่ต่างกัน เมื่อก่อนดิฉันเป็นน้องคนเล็กก็มักต้องเป็นฝ่ายยอม แต่พอโตขึ้นมีความคิดของตัวเองก็มักตอบโต้ด้วยเหตุผล แต่ก็ยังไม่สามารถยุติปัญหาได้ ตอนนี้ดิฉันเลือกที่จะอดทน นิ่ง ไม่ตอบโต้ แต่ก็ยังโดนให้กลายเป็นแพะในบ้านอยู่เสมอ ทำให้ดิฉันรู้สึกอึดอัด กดดัน จนรู้สึกตัวเองรับไม่ไหวแล้ว จึงพยายามหาทางออกไปอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะอยู่ได้ไหม

         ดิฉันควรแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะช่วงนี้ดิฉันสับสนหลายเรื่องทั้งปัญหาสุขภาพ การงาน การตัดสินใจแยกออกมาอยู่คนเดียว และการทำใจหลังจากเพิ่งเลิกรากับคนรักซึ่งมาจากสาเหตุความไม่มั่นใจข้างตนด้วย 

         พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา- ปัญหาหลักของคุณคงเป็นเพราะคุณมีความกังวลสูงเนื่องจากคิดมาก เวลาจะทำอะไร ก็มองเห็นแต่ปัญหาและปรุงแต่งไปสารพัดว่าอาจจะเกิดนั่นเกิดนี่ตามมา ก็เลยไม่กล้าตัดสินใจเสียที บางทีตัดสินใจแล้วก็ยังไม่เดินหน้าแต่ยังหวนกลับมาคิดถึงเรื่องเดิม ๆ ทำให้กังวลและเกิดความลังเล หากคุณรู้สึกว่านิสัยแบบนี้สร้างปัญหาแก่คุณ คุณก็ควรฝึกตนด้วยการกล้าตัดสินใจให้มากขึ้น ก่อนจะตัดสินใจก็อย่ามองเห็นแต่ปัญหาหรือข้อเสียอย่างเดียว ควรมองเห็นข้อดีที่จะเกิดขึ้นด้วย และ เมื่อไตร่ตรองรอบด้าน ก็อย่ามัวคิดวนกลับไปกลับมา แต่ให้ตัดสินใจลงไปเลย โดยตระหนักว่า แม้ตัดสินใจผิดก็เป็นบทเรียน ทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น 

         อย่ากลัวความล้มเหลวหรือผิดพลาด เพราะความล้มเหลวผิดพลาดนั้นเป็นครูให้เราได้เสมอ และเมื่อตัดสินใจแล้วก็ควรเดินไปข้างหน้า พร้อมยอมรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ต้องหวนกลับที่จุดเดิมว่าคิดดีแล้วหรือ ต่อเมื่อลงมือทำไปแล้ว มีอะไรผิดพลาดก็ค่อยแก้ไขกันตอนนั้น อย่าเพิ่งวิตกหรือกังวลกับความผิดพลาดที่ยังไม่เกิด 

         นอกจากนั้นอาตมาอยากแนะนำให้คุณมองเห็นตัวเองในด้านดีบ้าง อย่ามองเห็นแต่ข้อบกพร่อง ความผิดพลาด ถ้าคุณมองเห็นข้อดีของตัวเองบ้าง จะมีความมั่นใจมากขึ้น ช่วยให้กล้าตัดสินใจได้มากขึ้น

 

        ปุจฉา - นมัสการพระอาจารย์ค่ะ ขอเรียนถามพระอาจารย์ หนูเลิกกับแฟนแล้ว แต่ก็ยังคงติดตามข่าวคราวของเค้าตามเฟสบุ๊ค รู้ความเคลื่อนไหวในชีวิตเค้า แล้วก็เสียใจน้อยใจทุกครั้งที่เห็นว่าเค้าให้ความสำคัญกับคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ในใจก็ตระหนักว่าไม่มีสิทธิ์คิด และไม่ควรคิด และไม่ควรรนหาที่ทุกข์ให้กับตัวเอง พอจะแนะวิธีอย่างไรให้ตั้งสติ ในเรื่องนี้ และหมดทุกข์ในเรื่องนี้เสียที เจ้าคะ

        พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา- ในใจของคุณยังปรารถนาที่จะเป็นคนสำคัญในสายตาของเขา แต่พอเขาไปให้ความสำคัญแก่คนอื่น คุณจึงเสียใจ อะไรทำให้คุณมีความปรารถนาเช่นนั้น เป็นเพราะคุณไม่เห็นคุณค่าของตนเองใช่ไหม คุณจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าต่อเมื่อคนอื่นให้ความสำคัญแก่ตัวคุณเองใช่หรือเปล่า ถ้าเช่นนั้นคุณจะไม่มีวันเป็นสุขเลยเพราะคุณจะคอยคำนึงแต่สายตาของคนอื่นตลอดเวลา ว่าเขาจะมองคุณอย่างไร คงไม่ต่างจากการเอาความสุขของตนไปผูกติดไว้กับคนอื่น ชีวิตแบบนี้หาความสุขได้ยากมาก ไม่ต่างจากคนที่พึ่งจมูกคนอื่นหายใจ

        มองหาคุณค่าของตัวเองให้เจอ แล้วคุณจะแคร์ความรู้สึกของอดีตแฟน(รวมทั้งคนอื่น ๆ)น้อยลง หากคุณมีคุณงามความดี มีใจใฝ่ธรรม เป็นลูกที่ดี มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ มีน้ำใจต่อมิตรสหายและคนที่ตกทุกข์ได้ยาก มีความรับผิดชอบต่อการงาน และขยันหมั่นเพียรในทางที่ชอบ คุณก็ควรมั่นใจได้ว่าตนเองเป็นคนที่มีคุณค่า และดังนั้นจึงย่อมเป็นที่รักของผู้คน หากอดีตแฟนไม่เห็นก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของคุณเลย

        จริง ๆ แล้วความอยากเป็นคนสำคัญในสายตา ของแฟน(หรือใครก็ตาม) เป็นนิสัยของอัตตา (หรือ “มานะ”) ซึ่งหากปล่อยให้มันครองใจ คุณจะมีแต่ความทุกข์ บางครั้งเราจำเป็นต้องทวนกระแสอัตตาหรือ “ทรมาน”มันบ้าง ยิ่งมันร่ำร้องขอเป็นคนสำคัญ ก็ควรหัวเราะเยาะใส่มัน ว่าฉันจะไม่ใจอ่อน ยอมตามแกเป็นอันขาด ถึงฉันจะไม่ได้เป็น somebody ของใคร ฉันก็ไม่เดือดร้อน ถึงเป็น nobody ก็มีความสุขได้

        หากคุณยังวางใจแบบนี้ไม่ได้ ยังเป็นทุกข์ที่เห็นอดีตแฟนให้ความสำคัญแก่คนอื่น คุณก็ควรยุติการติดตามเขาทาง facebook และหันไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ มากกว่า เช่น อ่านหนังสือ สวดมนต์ หรือนั่งสมาธิ ใหม่ ๆ อาจทำได้ยาก ใจคิดแต่จะไปดู facebook ของเขา แต่ก็ต้องแข็งใจไว้ ไม่นานเสียงร่ำร้องในใจก็จะอ่อนลง ในที่สุดคุณก็จะปล่อยวางและตัดใจได้เอง