หน้าหลัก | สุขแท้ด้วยปัญญา | เผชิญความตายอย่างสงบ | ฉลาดทำบุญ | ป่วน | หนังสือ | รู้จักเรา
image image

คุณเป็นร้อยคนแรกของไทย ที่จะได้เข้าเฝ้าและฟังธรรมะ จาก”องค์ทะไลลามะ”
ประมุขและผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งธิเบตศอินเดีย

ระหว่างวันที่  13-21 พฤศจิกายน 2553 
จัดโดย เสมสิกขาลัยและมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป 

 
 

แม้ประวัติศาสตร์มิอาจเปลี่ยนแปลงได้แต่ ณ ที่แห่งนี้ ความเป็นชนชาติธิเบต ทั้งความเชื่อ ภาษา ประเพณี และวัฒนธรรม ยังดำรงอยู่ พร้อมที่จะถ่ายทอดแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีตมากกว่าสองพันปีของชนชาติสิงโตหิมะแห่งที่ราบสูงเมืองธรรมศาลาที่ประทับของทะไลลามะ องค์ที่ 14 ประมุขและผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งธิเบต

ธรรมศาลา (Dharamsala) หรือแม็คลอร์ดกานจ์ (McLeodGanj) อยู่ในรัฐหิมาจัลประเทศ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐอินเดีย มีอาณาเขตติดกับรัฐชัมมูและแคชเมียร์ รัฐอุตตราขัณฑ์ รัฐปัญจาบ รัฐหรยาณา รัฐอุตตรประเทศ โดยมีเขตแดนติดกับธิเบต  เมืองเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขากลางป่าสน ด้วยความสูงเฉลี่ยที่ 1,750 ถึง 2,000 เมตร มีถนนหลายสายเชื่อมไปยังหุบเขาใกล้เคียง

ปี 1960 ทะไลลามะองค์ที่ 14 เดินทางลี้ภัยมายังประเทศอินเดียเนื่องจากปัญหาการเข้ามายึดครองดินแดนธิเบต   ยวาล์หลาล เนห์รู นายกรัฐมนตรีของอินเดียในขณะนั้น ได้จัดให้ที่นี่เป็นเขตปกครองเพื่อผู้ลี้ภัยชาวธิเบต ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีการอพยพมาอย่างต่อเนื่อง และยังกระจายออกไปในรัฐต่างๆ อีกหลายแสนคน

สมเด็จทะไลลามะ องค์ที่ 14
          ทะไลลามะองค์ที่ 14  ซึ่งเป็นองค์ปัจจุบัน ประสูติวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2478  (ค.ศ.1935) ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อตักเซอร์ (Taktser) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของธิเบต ซึ่งเวลานั้นเป็นเขตปกครองของจีน เด็กน้อยถูกค้นพบในกระท่อมของชาวนาที่ยากจนครอบครัวหนึ่ง และสามารถทักทายบุคคลในคณะค้นหาได้อย่างถูกต้องหมดทุกคน อีกทั้งสามารถชี้เครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ ของทะไลลามะองค์ก่อนได้ถูกต้อง ท่านผ่านการพิสูจน์ตามธรรมเนียมของชาวธิเบตอย่างครบถ้วน จนเป็นที่แน่ใจว่าเป็นอวตารของทะไลลามะที่แท้จริง

พระองค์ได้รับการสถาปนาให้เป็นทะไลลามะองค์ที่ 14 ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะโรง ตรงกับ พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) ขณะพระชนม์ได้ 4 พรรษา โดยมีเรติง รินโปเช (Reting Rinpoche) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ พระนามตอนเป็นเด็กคือ ลาโม ทอนดุป (Lhamo Thondup) เมื่อบรรพชาเป็นสามเณร เปลี่ยนพระนามตามประเพณีเป็น จัมเฟล เยเช (Jamphel Yeshe) และต่อมาก็ใส่ชื่ออื่น ๆ ด้วย จึงมีพระนามเต็มว่า จัมเฟล งาวัง ลอบซัง เยเช เท็นซิน กยัตโส (Jamphel Ngawang Lobsang Yeshe Tenzin Gyatso) ทรงเริ่มการศึกษาเมื่อพระชนมายุได้ 6 พรรษา ทรงสอบมหาวิทยาลัย เมื่อพระชนม์ได้ 24 พรรษาและเมื่ออายุได้ 25 พรรษา ทรงจบปริญญาเอก ทางปรัชญาของธิเบต ชื่อ เกเช ลารามปา (Geshe Lharampa Degree) ทรงรับผิดชอบบริหารบ้านเมืองทั้งศาสนจักรและอาณาจักรโดยตรงเมื่อมีพระชนมายุได้ 16 พรรษา  เสด็จลี้ภัยไปอินเดียเมื่อพระชนม์ 24 พรรษา

อัครา  เมืองแห่งจักรพรรดิ
ตั้งอยู่ถัดจากเดลีมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้  204 กิโลเมตร ถนนหนทางในเขตเมืองเก่าเป็นตรอกซอยคับแคบ ร้านรวงมีสีสันด้วยหัตถกรรมพื้นบ้านจำพวกผ้าปักดิ้นเงินดิ้นทองและศิลปะการเลี่ยมหินอ่อนแบบโมกุล อัครารุ่งเรืองขึ้นในสมัยโมกุลโดยเฉพาะในรัชสมัยของอักบาร์ ชาหังคีร์ และชาห์เยฮัน

ทัชมาฮาล อนุสาวรีย์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของโลก
พระเจ้าชาห์เยฮันแห่งเมืองอัครา ประเทศอินเดีย ได้สร้างทัชมาฮาลขึ้นในปี พ.ศ.2173 เพื่อเป็นสุสานฝังศพของพระนางมุมทัชมาฮาล ราชินีอันเป็นที่รักยิ่ง สร้างขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ใช้เวลาก่อสร้างถึง 23 ปีจึงแล้วเสร็จ ทุกส่วนสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลตามแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย โดยฝีมือของสถาปนิก อัสตาด ไอสา ใช้เงินก่อสร้างทั้งสิ้น 50,000,000 เหรียญอเมริกัน ภายในประดับด้วยหินอ่อนสลักฉลุเป็นลวดลายวิจิตรตระการตาแทรกเสริมด้วยทับทิมและนิลตรงกลาง ภายในหลังคาเป็นโดมใหญ่มีแท่นวางหีบศพที่ทำด้วยหินอ่อน แต่ทว่าตัวศพจริงๆนั้นฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน ตัวสุสานกว้าง 130 ฟุต ยาว 130 ฟุต ตรงกลางสร้างเป็นรูปโดมสูง 200 ฟุต ทัชมาฮาลเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ป้อมอัครา        อยู่ห่างจากทัชมาฮาลไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดแม่น้ำยมุนา ชมความงามของดิวานอิอัมหรือเขตพระราชฐานฝ่ายหน้าที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการออกว่าราชการเป็นท้องพระโรงหินอ่อน ฉลุลายโปร่งสวยงาม ด้านหลังเป็นฮาเล็มของกษัตริย์ สร้างในสมัยพระเจ้าชาห์เยฮัน

กำหนดการเข้าเฝ้าและฟังธรรมะจากองค์ทะไลลามะ 7 วัน 8 คืน
ณ.เมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย
วันที่ 13-21 พฤศจิกายน 2553
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2553    กรุงเทพ-เดลี-ธรรมศาลา
18.05 น.  ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิมุ่งสูเดลีโดยสายการบิน Jet Airways
01.00 น.  ออกจากเดลีมุ่งสู่เมืองธรรมศาลารัฐหิมาจัลประเทศโดยรถบัส (ระยะทาง 525 กิโลเมตร ใช้เวลา 12 ชั่วโมง)
   
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553    ธรรมศาลา
13.00 น.  เดินทางถึงธรรมศาลา-พักผ่อนตามอัธยาศัย อาหารเช้าและอาหารกลางวันระหว่างทาง
16.00 น.
เข้าชมและนมัสการวัดนัมกยัล (Namgyal Monastery) ที่ประทับของทะไลลามะองค์ที่ 14 ศูนย์รวมของชาวธิเบต ทุกเช้าจะเห็นผู้เฒ่าผู้แก่หมุนกงล้อสวดมนต์นับประคำเดินเป็นแถว สวดมนต์อ้อนวอนเพื่อให้เมตตานำสันติสุขมาสู่โลก ตามข้างทางประดับไปด้วยแผ่นหินสลักมนตรา 'โอม มณี ปัทเม หูม' สร้างขึ้นถวายเป็นเหมือนกำแพงสำนักสงฆ์ ผู้ที่มีศรัทธาแรงกล้ายืนกราบอัษฎางคประดิษฐ์อยู่หน้าพระอุโบสถ บ้างก็หมุนกงล้อเวียนทักษิณาวัตรอยู่โดยรอบ ในพิธีบูชานอกจากการสวดมนต์แล้ว ยังมีการใช้เครื่องประโคมจังหวะหลายชนิด เช่น กลอง ฉาบ แตร ระฆัง ให้เสียงประสานกัน ช่วงบ่ายเป็นเวลาของการโต้วาทีธรรมเป็นการตั้งปริศนาธรรม พระจะจับกลุ่มกัน รูปหนึ่งยืนถามโดยการปรบมือเสียงดังกระตุ้นให้อีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตอบ เป็นการฝึกทบทวนพระธรรม ทุกๆวันตอนเช้าท่านสามารถเดินภาวนารอบๆวัดนัมกยัลร่วมกับชาวธิเบต
18.00 น. อาหารเย็นที่โรงแรม
   
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553  ฟังบรรยายเรื่องราวของธิเบตจากนายกรัฐมนตรีฯ
07.00 น.  อาหารเช้าที่โรงแรม
10.00 น.  บรรยายเรื่อง “อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต ของธิเบต” โดยท่านซัมดอง รินโปเช  นายกรัฐมนตรีรัฐบาลธิเบตพลัดถิ่น
12.00 น. อาหารกลางวัน
14.00 น. บรรยายเรื่อง “ประชาธิปไตยแนวพุทธ” โดยท่านซัมดอง รินโปเช  นายกรัฐมนตรีรัฐบาลธิเบตพลัดถิ่น
18.00 น.  อาหารเย็นที่โรงแรม
   
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 เยี่ยมชมวัดและสถาบันศิลปะธิเบต ณ เมืองธรรมศาลา
07.00 น. อาหารเช้าที่โรงแรม
10.00 น.  ร่วมภาวนาและสวดมนต์กับลามะ วัดกยุโต ราโมเช ตันตริก (Gyuto Ramoche Tantric Monastery)วัดในนิกายกักยู เป็นที่ประทับขององค์การ์มาปะที่ 17 ประมุขสงฆ์นิกายกักยู และเป็นสถานที่ศึกษาพุทธศาสนาแบบตันตระ หลังจากนั้น เข้าพบท่านการ์มาปะ ประมุขแห่งนิกายกักยู (Kagyu)
12.00 น.  อาหารกลางวัน
14.00 น.
เข้าชมสถาบันศิลปะธิเบต (Norbulinka) อยู่ห่างจากแมกลอร์ดกานจ์ (McLeodGanj) ราว 18 กิโลเมตร สถาบันนอร์บูร์ลิงก้าเปิดสอนศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของธิเบต ในสถาบันแบ่งเป็นหลายส่วน ตั้งแต่สำนักสงฆ์ โรงปฏิบัติงานศิลปะ แบ่งเป็น งานภาพเขียนทังก้า (Thangka Painting) เฟอร์นิเจอร์ไม้ งานโลหะ และงานปักผ้าทังก้า (Thangka Appliqué) พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตา ประวัติศาสตร์ ร้านค้าผลิตภัณฑ์ เกสต์เฮาส์ และร้านอาหาร ภายในสถาบันจะมีการเรียนการสอนไปจนถึงระดับปริญญาโท
18.00 น. อาหารเย็นที่โรงแรม
   
วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2553 (2 วัน)   ฟังธรรมะจากองค์ทะไลลามะ ประมุขแห่งธิเบต
06.00 น.  อาหารเช้าที่โรงแรม
09.00 น. 
บรรยายธรรม “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” โดยองค์ทะไลลามะ

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร “พระสูตรว่าด้วยการยังธรรมจักรให้เป็นไป” พระสูตรว่าด้วยการหมุนวงล้อธรรม เป็นชื่อของ ปฐมเทศนา คือพระธรรมเทศนาครั้งแรก ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หลังจากตรัสรู้ 2 เดือน และเป็นวันที่พระรัตนตรัยบังเกิดขึ้นในโลกเป็นครั้งแรก คือมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ครบบริบูรณ์

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร มีเนื้อหาแสดงถึงการปฏิเสธส่วนที่สุดสองอย่าง และเสนอแนวทางการดำเนินชีวิตโดยทางสายกลางอันเป็นแนวทางใหม่ให้มนุษย์ มีเนื้อหาแสดงถึงขั้นตอนและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงอริยสัจสี่  คืออริยมรรคมีองค์ 8  โดยเริ่มจากทำความเห็นให้ถูกทางสายกลางก่อน เพื่อดำเนินตามขั้นตอนการปฏิบัติรู้เพื่อละทุกข์ทั้งปวง เพื่อความดับทุกข์ อันได้แก่นิพพาน ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา
12.00 น. อาหารกลางวัน
14.00 น. (ต่อ) บรรยายธรรม “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” โดยองค์ทะไลลามะ
18.00 น. อาหารเย็นที่โรงแรม
   
วันที่ 19  พฤศจิกายน 2553   เยี่ยมชมสถานที่สำคัญของธิเบต ณ เมืองธรรมศาลา
07.00 น. อาหารเช้าที่โรงแรม
09.00 น. 
เข้าเยี่ยมชม
สถาบันการแพทย์แผนธิเบตและโหราศาสตร์ (Men-Tsee-Khang) ตั้งขึ้นเมื่อปี 1961 เกิดจากพระดำริและพระอุปถัมภ์ขององค์ทะไลลามะ เป็นองค์กรทางวัฒนธรรมที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายการจดทะเบียนสมาคมปี 1860  ปัจจุบัน Men-Tsee-Khang มีคลีนิคมากกว่า 50 สาขาทั่วอินเดียและเนปาล ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพแก่ผู้ป่วยทั้งชาวธิเบต อินเดีย และชาวต่างชาตินับพัน ๆ คน โดยไม่แบ่งแยกวรรณะ สีผิว หรือศาสนา คลีนิคเหล่านี้ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและลดหย่อนให้กับคนยากคน ผู้มีความจำเป็น พระ แม่ชี นักเรียนนักศึกษา คนชรา และผู้ที่เพิ่งเดินทางออกมาจากธิเบต นอกจากนี้ยังมีการจัดค่ายสุขภาพขึ้นตามพื้นที่ที่ไม่มีแพทย์ด้วย  

สำนักงานรัฐบาลธิเบตพลัดถิ่น หลังจากที่ชาวธิเบตได้ลี้ภัยอยู่ในอินเดีย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ชาวธิเบตพลัดถิ่นได้ปรับตัวเข้ากับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งริเริ่มและดำเนินการอย่างแข็งขันโดยองค์ทะไลลามะ ปัจจุบัน มีรัฐบาลธิเบตพลัดถิ่นหรือสำนักบริหารงานธิเบตส่วนกลาง(Central Tibetan Administration) ที่เมืองธรรมศาลาเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานสำหรับชาวธิเบตพลัดถิ่นและช่วยเหลือชาวธิเบตลี้ภัย และเป็นที่ประทับขององค์ทะไลลามะด้วยเช่นกัน

ห้องสมุดและหอจดหมายเหตุ ชมวิธีการเก็บเอกสารและบันทึกที่สำคัญ
12.00 น. อาหารกลางวัน
14.00 น.  ตามอัธยาศัย
18.00 น.   ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมธิเบต
19.00 น. 
อาหารเย็นที่โรงแรม

หมายเหตุ  
 วันที่ 15-19  พฤศจิกายน 2553  เวลา 06.00-07.00 น.  จะมีการตรวจรักษาโรคโดยแพทย์แผนธิเบต  ตรวจวันละ 30 คนๆละ 20 นาที ไม่เสียค่าใช้จ่าย (ตรวจที่โรงแรมที่ท่านพัก)
   
วันที่ 20  พฤศจิกายน  2553   ธรรมศาลา-เดลี   
07.00 น.  อาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. ออกจากธรรมศาลากลับสู่เดลีโดยรถบัส- อาหารกลางวันระหว่างทาง (ระยะทาง 525 กิโลเมตร ใช้เวลา 12 ชั่วโมง)
22.00 น.  เช็คอินเตรียมเดินทางกลับเมืองไทย
   
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2553   เดินทางถึงกรุงเทพฯ
01.00 น.  ออกจากสนามบินเดลีกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Jet Airways
06.55 น.  เดินทางถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

***********************************************************************************
หมายเหตุ
***** กำหนดการสำหรับท่านที่ต้องการเที่ยวต่อเพื่อเข้าชมทัชมาฮาล *****

วันที่  21 พฤศจิกายน 2553   เดลี – อัครา
07.00 น.  รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น. ออกจากเดลีไปสู่อัคราเมืองแห่งจักรพรรดิ โดยรถยนต์ ( 4 ชั่วโมง )
12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน
14.0 น. เยี่ยมชม ทัชมาฮาล  อนุสาวรีย์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของโลก 
จากนั้นเดินทางต่อสู่ป้อมอัคราชมความงามดิวานอิอัม เขตพระราชฐานฝ่ายหน้า
19.00 น.  รับประทานอาหารเย็น
หลังจากนั้น ย้อนกลับไปชมความงามภายนอกของทัชมาฮาลยามค่ำคืนท่ามกลางคืนจันทร์เพ็ญ
   
วันที่  22 พฤศจิกายน 2553    อัครา – เดลี
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00 น.  เดินทางกลับเดลี โดยรถยนต์
12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. ตามอัธยาศัย
19.00 น.   รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม
20.00 น. ออกจากที่พักไปสนามบิน
   
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2553     เดินทางกลับกรุงเทพฯ
01.00 น.  ออกจากสนามบินเดลีกลับกรุงเทพ โดยสายการบิน Jet Airways
06.55 น. เดินทางถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

จำนวนผู้เข้าร่วม         100  คน  จึงจะสามารถจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้                 
ค่าลงทะเบียน            52,000 บาท
อัตรานี้รวม                 1. ค่าตั๋วเครื่อง ไป-กลับ ชั้นนักท่องเที่ยว  (กรุงเทพ-อินเดีย)                                                             
                                 2. ค่าที่พัก (ห้องละ 2 ท่าน ) 
                                 3. ค่าพาหนะระหว่างนำเที่ยว ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายในการเข้าฟังการบรรยาย     และค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งที่ระบุในรายการ
                                 4. ค่าวีซ่า (สำหรับหนังสือเดินทางไทย )
                                 5. ค่าประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ วงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท 
                                 6. ค่าตรวจรักษาและค่ายาธิเบต จำนวน 1 เดือน
                                 7. ของสมนาคุณก่อนการเดินทาง

  • เสื้อยืดกิจกรรมครั้งนี้  จำนวน 2 ตัว
  • หนังสือธิเบตอาณาจักรบนหลังคาโลก
  • ภาพยนตร์และสารคดีเพื่อความเข้าใจธิเบต 1 ชุด

อัตรานี้ไม่รวม             1. กรณีต้องการพักคนเดียว จ่ายเพิ่ม 5,000 บาท
                                 2. การเดินทางจากเดลี-ธรรมศาลา จะไปโดยรถยนต์แต่ถ้าท่านใดต้องการเดินทางโดยเครื่องบินจ่ายเพิ่มท่านละ 4,000 บาท
                                    (เครื่องบินเล็กขนาด 40 ที่นั่ง จากสนามบินต้องเดินทางโดยรถยนต์ต่ออีก 3 ชั่วโมงจึงจะถึงเมืองธรรมศาลา )
                                 3. สำหรับท่านที่ต้องการเข้าชมทัชมาฮาลหลังจากทัวร์เสร็จสิ้น จ่ายเพิ่ม 3,000 บาท (2 วัน) เพื่อเป็นค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทางโดยรถยนต์
                                     ค่าเข้าชมทัชมาฮาลและป้อมอัครา

วิธีการชำระค่าลงทะเบียน แบ่งจ่ายเป็น 2 งวด 
งวดแรก           เงินมัดจำ 25,000 บาท สำหรับการจองเพื่อใช้สำรองค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก ชำระเงินภายในวันที่ 4 สิงหาคม 2553
งวดสอง           ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนออกเดินทางอย่างน้อย  45 วันทำการ

โอนเงินเข้าบัญชี   

  • เช็ค สั่งจ่าย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ – นาคะประทีป
  • โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ในนามของ มูลนิธิเสถียรโกเศศ-นาคะประทีป
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเจริญนคร เลขที่บัญชี 024-2-59705-9
ธนาคารกสิกรไทย สาขาเจริญนคร 36 เลขที่บัญชี 755-2-21458-1
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาเจริญนคร 35 เลขที่บัญชี 384-1-20132-6
ธนาคารกรุงไทย สาขาเจริญนคร เลขที่บัญชี 055-0-08113-5
ธนาคารกรุงเทพ  สาขาคลองสาน เลขที่บัญชี 151-4-16033-0

เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาแนบหลักฐานการโอนเงินและใบสมัครมาที่
โทรสาร 02-860-1277 หรือ อีเมล์ aoy@semsikkha.org เพื่อความสะดวกในการส่งใบเสร็จรับเงิน
มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป เป็นมูลนิธิที่ได้รับการยกเว้นภาษีจากกระทรวงการคลัง
ท่านสามารถนำเงินที่ลงทะเบียน(บริจาค)ไปหักค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีประจำปีได้                     

เงื่อนไขการยกเลิก
เมืองธรรมศาลาเป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ  ช่วงที่มีการบรรยายธรรมโดยองค์ทะไลลามะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวและชาวธิเบตเข้ามายังเมืองธรรมศาลาเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องจองที่พักล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 3 เดือน   ดังนั้นหากท่าน

ยกเลิกก่อนการเดินทาง  90  วัน    คืนเงินทั้งหมด (ภายใน 14 สิงหาคม 2553)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง  30  วัน    ขอสงวนสิทธ์คืนเงินมัดจำ
ยกเลิกก่อนการเดินทาง  15  วัน    เก็บค่าใช้จ่าย 70% ของค่าลงทะเบียน
ยกเลิกก่อนการเดินทาง    7  วัน    เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100 % ของค่าลงทะเบียน

เอกสารในการขอวีซ่า  
1. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน(นับจากวันเดินทาง)
2. รูปถ่ายสี 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ พื้นหลังสีขาว ( กรุณาเขียนชื่อด้านหลังรูปด้วย )
3. สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านและที่ทำงาน

รายได้จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้  จะนำไปสนับสนุน

  • โครงการพาคนชราธิเบตเข้าเฝ้าทะไลลามะ ครั้งที่ 3 (มกราคม 2554)
  • เป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กธิเบตที่พลัดถิ่นอยู่ในอินเดีย (เป็นรายบุคคล)
  • การจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่เรื่องราวของธิเบตในเมืองไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองการเดินทางได้ที่
เสมสิกขาลัย (มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป)
เลขที่ 666 ถ.เจริญนคร แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600
โทรศัพท์ 02-860-2194  โทรสาร  02-860-1277
อาภาภร คำเจริญ 085-215-4977  หรือ เสาวลักษณ์ มาชูตระกูล 082-793-0986
อีเมล์   aoy@semsikkha.org   
เว็บไซด์ www.semsikkha.org / www.snf.or.th/www.wongsanit-ashram.org

ดาวน์โหลดใบสมัครที่นี่......icon

image image