Error message

  • Deprecated function: Methods with the same name as their class will not be constructors in a future version of PHP; views_display has a deprecated constructor in require_once() (line 3066 of /home/budnetorg/domains/budnet.org/public_html/sunset/includes/bootstrap.inc).
  • Deprecated function: The each() function is deprecated. This message will be suppressed on further calls in menu_set_active_trail() (line 2385 of /home/budnetorg/domains/budnet.org/public_html/sunset/includes/menu.inc).

สัตว์โลกสอนธรรม แด่เพื่อนสี่ขา...ด้วยรัก

-A +A

           หลายๆ คนอาจจะเคยมีสัตว์เลี้ยงที่ดูแลกันจนวันสุดท้ายที่เขาจากไป หลายคนอาจจะเสียใจ เศร้าใจ หรือตั้งปณิธานว่าจะไม่เลี้ยงอีก แต่หลายคนก็นำเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาเป็นบทเรียน หรือยิ่งกว่านั้นได้เรียนรู้ธรรมะแบบไม่รู้ตัว

           คอลัมน์นี้ก็เช่นกัน ผู้เขียนค้นพบข้อคิดหรือธรรมะบางอย่างที่สัตว์สอนเรา ทำให้เราเข้าใจธรรมะดีขึ้น และมีความคิดที่อยากจะแบ่งปัน รวมถึงอยากจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนอื่นๆ ที่ค้นพบบทเรียนเหล่านี้ด้วย 

           โดยฉบับนี้ขอนำประสบการณ์ของคุณกังสดาลมาร่วมแลกเปลี่ยนกันค่ะ

 

 

                            ในแสงสุดท้ายของวัน
                            เงาของเธอพร่าเลือน
                            มิอาจมองเห็นแววตาที่เคยคุ้น
                            ชั่วขณะที่เธอหันกลับมานั้น
                            เป็นชั่วขณะที่ความเจ็บปวดและความงดงามเป็นหนึ่งเดียวกัน
                            ก่อนที่เธอจะดุ่มเดินจากไปในม่านของรัตติกาล

                            การมองครั้งสุดท้าย
                            เราต่างรู้ว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป
                            ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
                            มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำเพื่อเธอได้
                            คือการปล่อยให้เธอจากไปโดยมิต้องห่วงพะวง

                            ส่งเธอด้วยแววตา
                            มีคำรักถักทอเป็นทาง...
                            ในโมงยามแห่งความเงียบงัน
                            สายฝนโปรยปราย...

                            ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมา
                            หยาง...เจ้าเด็กแสบของแม่

                            18 เมษายน 2557

 

บันทึกที่เขียนไว้ในคืนวันที่ 15 เมษายน…

           ...ฝนเริ่มลงเม็ดโปรยปราย หยางประคองตัวลุกขึ้นนั่ง เราสบตากันในความเงียบและมืด เป็นชั่วขณะที่ทั้งเจ็บปวดและงดงาม มันลุกขึ้นยืนโงนเงนแล้วค่อยๆ เดินลับหายไปในสวนหลังบ้าน ไม่หันหลังกลับมาอีกเลย 

           ...ขณะที่ยืนมองด้วยหัวใจที่เหมือนถูกบีบจนหายใจขัด ปล่อยให้มันเป็นคนเลือก และนั่นคงเป็นฉากสุดท้ายระหว่างเรา

           ...เดินกลับเข้ามาในบ้าน พลันนึกถึงวาระสุดท้ายของตัวเอง จรดปากกาเขียนความปรารถนา ๒ ประการไว้ในพินัยกรรมชีวิต หนึ่ง ขอให้คนรอบข้างยอมรับเจตนาและการตัดสินใจของเราในการที่จะไม่พึ่งพาเครื่องมือทางการแพทย์ในการยื้อชีวิต อาจจะให้ได้ในกรณีที่เป็นยาทุเลาความเจ็บปวด แต่ความรู้สึกตัวยังต้องมีอยู่ และสอง ขอให้คนรอบข้างทำใจให้สงบ สวดมนต์ และ “ส่ง” ด้วยวิธีที่เชื่อว่าจะทำให้การจากไปเป็นไปอย่างสงบ

           และแล้วความทุกข์ก็หยั่งถึงเราแล้วเมื่อหยางจากไปอย่างไม่มีวันกลับในเช้าวันถัดมา

           การมา...อยู่...และจากไปของหยาง เป็นการสอนธรรมที่สำคัญมาก เป็นการแสดงให้เห็นว่าความสุข ความทุกข์ และความตายไม่ได้มั่นคงถาวรหรือยาวนานอะไรเลย บทจะมาก็มา บทจะไปก็ไป รวดเร็วและอยู่ใกล้ราวกับกำลังหายใจรดต้นคอเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

           การเตรียมตัวอยู่เสมอ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีวันเผลอหรือประมาท เพราะการทดสอบเช่นนี้นี่แหละที่ชัดเจนและตรงจุด ให้เห็นว่าการเตรียมตัวของเรานั้นบกพร่องอย่างไร

           ทุกวันนี้การพูดคุยเรื่องความตายของสัตว์เลี้ยงกลายเป็นเรื่องที่มีความสลักสำคัญกว่าแต่ก่อนมาก อาจจะเป็นเพราะเราให้ความสำคัญกับเพื่อนสี่ขาในฐานะสมาชิกคน(ตัว)หนึ่งในบ้าน โดยเฉพาะคนที่อยู่ลำพังหรือครอบครัวเดี่ยว ธรรมชาติตามสายพันธุ์ของพวกเขานั้นสร้างสายใยของความรักและความผูกพันได้ไม่ยากเลย เรื่องนี้คนที่มีสัตว์เลี้ยงในบ้านเข้าใจเป็นอย่างดี

           ฉะนั้น การมา...อยู่...และจากไปของพวกเขาจึงมีความหมายทั้งในแง่ของการแสดงธรรมให้เราได้ฉุกคิดและเตรียมตัว เพราะไม่ช้าไม่นานวันของเราก็จะมาถึงด้วยเช่นกัน

 

ณ วันที่แมวหยางจากไปครบ ๑๐๐ วัน
(วันเสาร์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗)

 

คอลัมน์:

ผู้เขียน: