งานปีใหม่

นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ 12 มกราคม 2014

หญิงสาวสองคนเดินกันในสวนสาธารณะ ไม่เชิงเดินเล่น แต่เป็นก้าวย่างเพื่อไปยังจุดหมาย บทสนทนาพรั่งพรูเหลือเกิน เมื่อคนหนึ่งเอ่ยถามความเห็นอีกคน เกี่ยวกับการจัดงานปีใหม่ของหน่วยงานที่ตนทำงานอยู่ เป็นงานปีใหม่ที่เน้นความบันเทิง งานเลี้ยง การแสดงความสามารถทางร่างกายในการร้องเล่นเต้นเขย่าอวัยวะอันเย้ายวน

เธอคนหนึ่งว่า ต้องเตรียมจ่ายเงินช่วยกันลงขัน เป็นค่าจัดงานปีใหม่ของบริษัทที่เธอทำงานอยู่  ทั้งที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดงาน แต่ก็จำต้องจ่ายเงินให้ไป บางครั้งก็จำเป็นต้องรักษา “ความร่วมมือ” ที่ไม่เห็นด้วย (อย่างยิ่ง) เพราะเธอรู้ว่า เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อจัดเวที เช่าเครื่องเสียง สถานที่ อาหารการกิน เหล้ายา เพื่อกินเลี้ยง ร้องรำทำเพลง เพื่อให้เกิดความสนุกลืมโลกลืมตัว  แต่ที่เธอว่ารับไม่ได้มากที่สุด เห็นจะเป็นบรรดาเด็กสาวที่เป็นน้องใหม่หน้าใสในที่ทำงาน จะต้องถูกเกณฑ์มาขึ้นเวที แต่งตัวฉูดฉาด เปิดเผยเรือนร่าง ต่างพากันเต้นเขย่า เพื่อแสดงความสามารถทางร่างกายให้พี่ๆ พนักงานในบริษัทได้หัวเราะเฮฮา เป็นนางโชว์จำเป็น บางนางอาจเต็มใจ เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์กรตบรางวัลให้หนักๆ หากท่วงท่านั้นเป็นที่ถูกใจ

เธอว่า นั่นไม่ต่างจากการกดขี่ทางเพศที่เห็นหญิงสาวเป็นวัตถุบันเทิงเท่านั้น และไม่เห็นว่าจะเป็นการแสดงความสามารถอะไรตรงไหนเลย ทั้งที่หน่วยงานของเธอนั้น มีภารกิจในการจัดอบรมให้องค์ความรู้ในการพัฒนาการบริหารจัดการแก่หน่วยงานทั้งภาครัฐ และองค์กรธุรกิจ ในขณะที่วัฒนธรรมองค์กรของตัวเอง ก็อยู่ในสภาพที่น่าตั้งคำถามยิ่งนัก

เพื่อนสาวกล่าวเสริม เธอก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน เมื่อครั้งยังทำงานสังกัดหน่วยงานองค์กร ความบันเทิงในการฉลองปีใหม่ผ่านไปแต่ละปี มีแต่ความซ้ำซาก เธอเคยคิดว่างบประมาณเหล่านั้นควรนำมาสร้างกิจกรรมตื่นรู้ เพื่อเปลี่ยนผ่านวันเวลาที่มีความหมายแก่ทุกคน แทนที่จะมอมเมากันด้วยเหล้ายา เสียงอึกทึก เงินรางวัลที่หมดลงในชั่วข้ามคืนไปกับสุรายาเมา

แผนการจัดงานปีใหม่แบบใหม่ กำลังรอให้เป็นจริงอยู่ ไม่ว่าจะนอกสถานที่ บ้านพักตากอากาศ ริมทะเล หรือบรรยากาศป่าเขา หรือแม้แต่ในสถานที่ทำงานของเราเอง ก็ควรจัดบรรยากาศให้เรียบง่าย เหมาะแก่การผ่อนคลาย เป็นกันเอง เอื้อต่อการพูดคุย รับฟังซึ่งกันและกัน  การจัดงานเลี้ยง ก็อาจสร้างการมีส่วนร่วมด้วยการทำอาหารด้วยกันบ้างเป็นบางอย่าง เพื่อให้มีกิจกรรมร่วมกัน หรือแบ่งงานกันในหมู่เพื่อนพนักงาน เช่น ฝ่ายจัดสถานที่ ฝ่ายเตรียมอาหาร ฝ่ายของรางวัลหรือของขวัญ ฝ่ายสันทนาการ ทั้งนี้ก็ทำให้เพื่อนพนักงานได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน โดยไม่ใช่งานในหน้าที่รับผิดชอบประจำ ทำให้เกิดการเรียนรู้ สร้างความสัมพันธ์ต่อกัน

สร้างกิจกรรมตื่นรู้ เพื่อเปลี่ยนผ่านวันเวลาที่มีความหมายแก่ทุกคน

และที่ถือเป็นไฮไลท์ของงาน ก็คือ เธออยากให้มีวงพูดคุยรับฟังกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งอาจต้องมีคนที่เหมาะสมช่วยทำหน้าที่เป็นผู้นำการพูดคุย เพื่อทำความเข้าใจ และสร้างบรรยากาศของความไว้วางใจต่อกัน เชื้อเชิญปรับทัศนคติให้ทุกคนยอมรับความรู้สึกของกันและกัน  ที่สำคัญต้องถอดวางตำแหน่งหน้าที่การงานเอาไว้ก่อน เพื่อให้วงคุยนี้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการบอกกล่าวความรู้สึกกันสั้นๆ ไม่ต้องเปิดให้มีการอภิปรายกันยาวๆ เพราะอาจทำให้เกิดความร้าวฉาน แทนสมานฉันท์ได้

อาจเริ่มจากคำเชื้อเชิญง่ายๆ และปลอดภัยต่อทุกๆ คน เช่นว่า “รอบปีที่ผ่านมา ลองเปรียบเทียบชีวิตการทำงานของเราสิคะ ว่าเปรียบเหมือนอะไร เพราะอะไร” บางคนอาจบอกว่า เหมือนกำลังงมมหาสมุทรในรูเข็ม มันยากเย็นจริงๆ อยากมีผู้ช่วยครับ –จบ” หรือบางคนบอกว่า “เหมือนมีลูกคนใหม่ค่ะ กำลังประคบประหงมอยู่ อย่าเพิ่งคาดหวังเยอะนะคะ”

ไม่ง่ายนักในทุกๆ หน่วยงานที่มักเต็มไปด้วยปมความขัดแย้งมากน้อยหนักหนาไม่เท่ากัน แต่การเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้บอกความรู้สึกของตัวเองอย่างไว้วางใจ และยอมรับกันและกัน ปราศจากอคติ การกดทับ ไม่ตัดสิน ประเมินถูกผิด ดีชั่ว แต่รับฟังความรู้สึกของแต่ละคนอย่างลึกซึ้ง ด้วยความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน จะเป็นการสร้างความเข้าใจต่อกัน ผสานรอยร้าวได้เป็นอย่างดี  “ปีใหม่ เริ่มต้นใหม่” Start agin

วงคุยเช่นนี้จะศักดิ์สิทธิ์ งดงาม และเป็นวงคุยของทุกๆ คนอย่างเท่าเทียมกันนั้น เป็นสิ่งที่ท้าทาย เพราะนี่ไม่ใช่การประชุมสั่งการ มอบนโยบายตามสายบังคับบัญชา  ผู้บริหาร ผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นกลุ่มที่น่าจะต้องรับฟังอย่างลึกซึ้งให้มากที่สุด และอ่านระหว่างบรรทัดของผู้ร่วมงานให้ออก นี่อาจเป็นการบอกว่า ผู้บริหารและองค์กรควรมีทิศทางเป็นเช่นใดก็ได้ และผู้บริหารเองจำเป็นต้องประหยัดถ้อยคำให้มากที่สุด พูดให้น้อยที่สุด นี่ไม่ใช่เวทีตอบข้อสงสัย อธิบายชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้น

เธอเชื่อว่า การเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง ทั้งภายในตัวของพนักงานเอง ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงในการบริหารองค์กรด้วย  เสียดายที่สิ่งเหล่านี้ ผู้บริหารหลายองค์กรมักยังไม่เปิดรับเท่าที่ควร ด้วยความไม่พร้อมที่จะยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของเพื่อนพนักงานผู้ร่วมงาน ด้วยความกลัวในบางสิ่ง ความรู้สึกไม่มั่นคง เมื่อตัวตนถูกกระทบ

กิจกรรมเช่นนี้ ต้องอาศัยความกล้าความพร้อมในการเผชิญกับความจริงของผู้บริหาร บรรยากาศของความไว้วางใจ เชื่อมั่นต่อกันและกันของเพื่อนพนักงาน  แม้ว่านี่จะไม่ใช่งานปีใหม่ที่เน้นความบันเทิง แต่เชื่อว่าจะมีความรู้สึกอิ่มสุข เห็นอกเห็นใจ ปลาบปลื้มใจ และเต็มไปด้วยมิตรภาพต่อกัน ซึ่งหาไม่ได้จากสิ่งบันเทิงทั่วไป

สี่เท้าของหญิงสาวสองคน ก้าวเดินมาจนถึงจุดหมาย และต่างก็ต้องแยกไปตามเส้นทางของตัวเอง การพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างทางที่เดินกันมา ทำให้เธอทั้งสองรู้ว่า มีบางสิ่งที่เธอไม่ได้คิด ไม่ได้รู้สึกว่า เป็นคนแปลกแยกอยู่ในที่ทำงานของตัวเองเท่านั้น


ภาพประกอบ

นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ

ผู้เขียน: นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ

หลังจากจบการศึกษา คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็เข้าสู่อาชีพในสายสื่อสารมวลชนทำข่าวสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ จัดรายการวิทยุ และรายการโทรทัศน์ นอกจากสนใจประเด็นความเป็นไปของสังคมแล้ว ยังสนใจแนวทางการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับตัวเอง คนรอบข้าง และสังคมแวดล้อม ระยะหลังสนใจแนวทางการเรียนรู้พัฒนาตัวเองในมิติของชีวิตจิตใจ