ในโลกปัจจุบันที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว ตารางชีวิตที่อัดแน่น ข่าวสารที่มากมาย ล้วนทำให้เราเผลอใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ จนลืมกลับมาดูแลใจกายของตัวเอง
กิจกรรม Flow with Nature โดยมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา คือคำตอบที่จะชวนคุณมา “หยุดพัก” ปรับจังหวะชีวิตให้ช้าลง และพาตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ผ่านศิลปะแห่งการสัมผัสธรรมชาติ

เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 คุณจักรกริช พวงแก้ว วิทยากรจากมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา ร่วมกับมูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะ ได้พาผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปทำความรู้จักกับธรรมชาติในมุมที่ละเอียดอ่อนขึ้น ผ่านแนวคิดการอาบป่า (Shinrin-yoku) ซึ่งไม่ใช่แค่การเดินชมสวนทั่วไป แต่เป็นการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อเชื่อมโยงตนเองกับธรรมชาติ และรับพลังงานจากต้นไม้ ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)
“หัวใจสำคัญของการมาทำกิจกรรมในสวนวันนี้ คือการ ‘ช้าลง’ เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตที่เร่งรีบจนเกินไป ประสาทสัมผัสเราจะทำงานแบบหยาบๆ เราจะมองเห็นแต่ภาพกว้างๆ แต่เราจะไม่ได้ยินเสียงนกที่ร้องเบาๆ หรือไม่ได้กลิ่นของไอกรุ่นดินหลังฝนตก“

วิทยากรชวนให้ผู้เข้าร่วมอนุญาตให้ตัวเองช้าลง เมื่อเราไม่รีบ เราจะเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ซ่อนอยู่รอบตัว ทั้งยังได้ชวนผู้เข้าร่วมทดลองสัมผัส “ออร่า” หรือพลังงานชีวิตง่าย ๆ ด้วยการนำมือสองข้างมาขยับเข้าออกช้าๆ คล้ายการทำชี่กง เพื่อรับรู้มวลพลังงานที่มองไม่เห็น ก่อนจะนำความรู้สึกนั้นไปเชื่อมโยงกับต้นไม้
ทั้งยังแนะนำให้ผู้เข้าร่วมรู้จักกับการ “อาบป่า” เดินอย่างช้าๆ ซึมซับบรรยากาศ และเมื่อรู้สึกถูกชะตากับต้นไม้ต้นไหน ก็ให้อนุญาตตัวเองเดินเข้าไปใกล้ๆ ลองสัมผัส โอบกอด หรือเพียงแค่นั่งนิ่งๆ อยู่เคียงข้าง

ต้นไม้ทุกต้นมีพลังงานในตัวเอง บางต้นให้ความรู้สึกมั่นคง บางต้นให้ความรู้สึกเบาสบาย การได้สัมผัสเปลือกไม้และใช้เวลาอยู่กับพวกเขา คือการเปิดรับพลังงานบริสุทธิ์ที่ช่วยดูดซับพลังงานลบ ความเครียด และความวิตกกังวลออกจากใจเราได้อย่างน่าประหลาดใจ
สำหรับใครที่รู้สึกว่าใจวุ่นวาย หรือมีความคิดมันฟุ้งซ่านเกินไป คุณจักรกริชยังได้แนะนำเทคนิค ‘5-4-3-2-1’ เพื่อดึงใจกลับมาอยู่กับปัจจุบันผ่านประสาทสัมผัส
5 – มองเห็น: สังเกตสิ่งรอบตัว 5 อย่างที่แตกต่างกัน (เช่น สีเขียวของใบไม้ รูปทรงของก้อนหิน)
4 – สัมผัส: ใช้มือสัมผัสพื้นผิว 4 อย่าง (เช่น เปลือกไม้ ต้นหญ้า อุณหภูมิของแดด)
3 – ได้ยิน: หยุดนิ่งและตั้งใจฟังเสียง 3 เสียง (เช่น เสียงนกที่ร้องเบาๆ เสียงลมพัดใบไม้)
2 – ได้กลิ่น: สูดดมกลิ่น 2 กลิ่น (เช่น กลิ่นไอดินหลังฝนตก กลิ่นหญ้า)
1 – ลิ้มรส: รับรู้รสสัมผัส 1 อย่าง (เช่น การจิบน้ำ หรือรสชาติในปาก)

แม้กิจกรรมครั้งนี้จะมีเวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ประสบการณ์ตรงจากการกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติและใช้ประสาทสัมผัสอย่างเต็มที่ กลับทำให้ผู้เข้าร่วมหลายท่านค้นพบความสงบในรูปแบบของตัวเอง
“ผมว่ามันคล้ายๆ กับการทำอานาปานสตินะครับ แต่เป็นการขยายการรับรู้มาที่ประสาทสัมผัสข้างนอก คือปกติเราจะสังเกตแค่ลมหายใจ หรืออวัยวะข้างใน แต่พอมาลองทำแบบนี้ มันทำให้เห็นว่ารอบตัวเรามีอะไรที่น่าสนใจเยอะมากเลยครับ ผมคิดว่าหลังจากนี้การเดินในสวนของผมจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

“ต้นไม้เขาสอนเราว่า เขาทำงานหนักนะ ต้องมายืนนิ่งๆ ดูดซับพิษให้โลก เขาสอนให้เราอยู่นิ่งๆ บ้าง อย่าไปโวยวายอะไรมากมาย เราโชคดีที่เคลื่อนไหวได้ แต่เราแย่กว่าเขาที่เราฟุ้งซ่าน…”
“พอเราเอนกายไปพิงเขา รู้สึกถึงความมั่นคงมาก เขาสามารถรับสิ่งที่เราแบกมา เหมือนเราได้พักกายพักใจไปกับเขา”
“ตอนไปแตะต้นไม้ฝั่งที่โดนแดดมันร้อนมาก แต่พอจับก้อนหินข้างๆ ที่โดนแดดเหมือนกัน ข้างในเขายังเย็นอยู่เลย มันทำให้คิดได้ว่า สิ่งที่เราเห็นจากภายนอก จริงๆ แล้วข้างในเขาอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด เราตัดสินอะไรด้วยสายตาอย่างเดียวไม่ได้”

ธรรมชาติมีพลังในการเยียวยาเสมอ ลองหาเวลาว่างสัก 15 นาที ปิดหน้าจอมือถือ เดินเข้าไปในสวนสาธารณะ หรือสวนใกล้บ้าน แล้วใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคุณกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติ คุณอาจจะได้ค้นพบความสงบที่เรียบง่าย ที่เติมพลังเติมความสุขให้กับตัวเอง
***สำหรับหน่วยงาน องค์กรใด ที่สนใจกิจกรรม Flow with Nature โดยมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา สามารถติดต่อสอบถามที่คุณจักรกริช โทร. 02 882 4387