Volunteer Journey จากคนแปลกหน้าสู่เพื่อนร่วมทาง

นุดา 26 กรกฎาคม 2026

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกาจัดกิจกรรม ” Volunteer Journey : Journey with Heart จากคนแปลกหน้าสู่เพื่อนร่วมทาง” ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 11 ห้องประชุมโยธี โรงพยาบาลราชวิถี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดเป้าหมายร่วมกันในการปฏิบัติงานอาสาอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาล ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้อาสาสมัครได้ทบทวนบทบาทหน้าที่และเห็นความเชื่อมโยงของคุณค่าที่ตนยึดถือกับระบบงานอาสาในภาพรวม

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกว่า 60 ท่าน ประกอบด้วยอาสาสมัครทั้งกลุ่มวัยผู้ใหญ่และวัยเรียน รวมทั้งผู้ประสานงานในแต่ละโรงพยาบาล  ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

การเรียนรู้และสำรวจโลกภายใน

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้เข้าร่วมผ่านกิจกรรมสันทนาการ ต่อด้วยการ Check-in สภาวะจิตใจผ่าน “การ์ดประตูใจ” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้บอกเล่าและแลกเปลี่ยนความรู้สึกภายในของตนเอง จากนั้นเข้าสู่กิจกรรม “ตีลูกโป่ง” ซึ่งเป็นกระบวนการจำลองสถานการณ์เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งที่ตนเองและกลุ่มร่วมกันทำ การทำงานร่วมกันและการช่วยกันประคับประคองงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย

กิจกรรมตีลูกโป่ง

กิจกรรมการ์ดประตูใจ

บอกเล่าและแลกเปลี่ยนความรู้สึกภายในผ่านการ์ด

ลำดับต่อมาคือการจัดกลุ่มเพื่อทบทวนบทบาทการทำงาน โดยแบ่งกลุ่มตามหน้าที่หลัก 3 ส่วน ได้แก่  กลุ่มผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่อาสาสมัคร / กลุ่มผู้ทำหน้าที่อาสาอำนวยความสะดวกและพี่เลี้ยงอาสา / กลุ่มผู้ทำหน้าที่พี่เลี้ยงอาสาและผู้ประสานงานกับทางโรงพยาบาล

กิจกรรมนี้นอกจากเป็นการแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์ทำงานของอาสาสมัคร ยังช่วยให้อาสาสมัครเห็นภาพรวมว่า ทุกบทบาทมีความสำคัญและเป็นฟันเฟืองที่ต้องทำงานสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างขาดไม่ได้

ชวนมาทบทวนบทบาทหน้าที่ของแต่ละคน

ในช่วงบ่าย กระบวนกรได้นำพาผู้เข้าร่วมสำรวจโลกภายในผ่านกิจกรรม “คุณค่าของฉัน” โดยให้ผู้เข้าร่วมเดินไปแตะคำคุณค่าต่างๆ ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อค้นหาคุณค่าที่ตนเองให้ความสำคัญสูงสุดและนำมาเชื่อมโยงกับการทำงานอาสา ก่อนจะปิดท้ายกระบวนการด้วยการร่วมกันวาด “ภาพฝันร่วม” ว่าต้องการเห็นทิศทางของระบบงานอาสาอำนวยความสะดวกพัฒนาไปในทิศทางใด

กิจกรรม คุณค่าของฉัน

ภาพฝันร่วมของแต่ละกลุ่ม ว่าต้องการเห็นทิศทางของระบบงานอาสาอำนวยความสะดวกพัฒนาไปในทิศทางใด

หนึ่งในภาพฝันของงานอาสาในโรงพยาบาล

สะท้อนมุมมองและการเติบโตบนเส้นทางจิตอาสา

จากการร่วมวงพูดคุยของอาสาสมัครที่มางานวันนั้น อาสาสมัครได้ร่วมกันสะท้อนมุมมองและประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าหลายประการ อาทิ

• อาสาสมัครที่ร่วมงานมากว่า 7 ปี สะท้อนว่างานอาสาช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติ ทำให้รู้จักการให้ความช่วยเหลือผู้อื่นควบคู่ไปกับการหันกลับมาพิจารณาและพัฒนาตนเอง

• กลุ่มอาสาสมัครวัยเรียนระบุว่า กิจกรรมอาสาอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาลช่วยเยียวยาจิตใจและเปิดมุมมองใหม่ๆ จากการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายช่วงวัย พร้อมทั้งแสดงความมุ่งมั่นอยากจะขยายการทำงานของตนเองไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ที่กว้างขึ้น

• อาสาสมัครส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ควรให้ความสำคัญกับการปฐมนิเทศอาสาสมัครใหม่ และเพิ่มเวลาในการให้ทักษะความรู้เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในโรงพยาบาล เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ  ให้อาสาสามารถรับมือกับสถานการณ์หน้างานได้อย่างเป็นมืออาชีพและลดความตื่นตระหนก

• มีความต้องการให้มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกาผลักดันและสร้างพี่เลี้ยงอาสารุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อเสริมกำลังและขยายโอกาสการทำงานจิตอาสาไปยังพื้นที่ใหม่ๆ

แลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์ทำงานของอาสาสมัคร

แต่ละกลุ่มจะมีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเครือข่ายพุทธิการ่วมพูดคุย

การขับเคลื่อนด้วย “ระบบ” และความสมดุลระหว่าง “ทำกิจ” กับ “ทำจิต”

ประเด็นสำคัญที่ได้รับการเน้นย้ำในกิจกรรมครั้งนี้คือ การขับเคลื่อนงานอาสาสมัครให้ยั่งยืนไม่สามารถอาศัยเพียงเจตนารมณ์ที่ดีได้ แต่ต้องควบคู่ไปกับการสร้าง “ระบบ” ที่มีมาตรฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และผู้บริหารโรงพยาบาลเกิดความเชื่อมั่นว่า อาสาอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในโรงพยาบาลสามารถเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระและแก้ไขปัญหาได้จริง

ในการรักษาความสมดุลของการทำงานในแนวทางของมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา อาสาสมัครควรยึดหลัก 2 ประการ ได้แก่ การทำกิจ” คือการปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น และสอดคล้องกับบริบท ควบคู่ไปกับ การทำจิต” คือการรู้จักประคับประคองจิตใจตนเองเมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดัน ฝึกใจให้ยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น รู้จักปล่อยวางในปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้

ข้อเสนอแนะและทิศทางการพัฒนาในอนาคต

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการจัดงาน และได้ร่วมกันเสนอแนะแนวทางสำหรับการพัฒนางานอาสาในระบบโรงพยาบาลของมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกาในอนาคต ดังนี้

• ควรจัดการสัมมนาหรือกิจกรรมพบปะในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยปีละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอาสาสมัครจากต่างโรงพยาบาล

• จัดให้มีกระบวนการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาทักษะอาสาสมัครรุ่นใหม่ให้สามารถเติบโตขึ้นเป็นพี่เลี้ยงที่มีความพร้อมในการปฏิบัติงานรอบด้าน

• จัดกิจกรรมเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่อาสาสมัครรุ่นเก่า เพื่อรักษาแรงจูงใจและป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน

• ควรจัดทำรายละเอียดและขอบเขตการทำงานของอาสาสมัครให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการระบุข้อควรระวังและสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ

• เสนอให้มีการนำข้อคิดเห็นหรือผลสะท้อนกลับ จากผู้รับบริการและฝ่ายบริหารของโรงพยาบาล มาแจ้งให้อาสาสมัครรับทราบ เพื่อนำไปปรับปรุงและเป็นกำลังใจในการทำงาน

ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกามิได้มุ่งหวังเพียงการสร้างจิตอาสาในโรงพยาบาล แต่มุ่งมั่นที่จะสร้างเครือข่ายจิตอาสาที่เข้มแข็ง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขับเคลื่อนระบบงานอาสาสมัครในโรงพยาบาลให้เกิดความยั่งยืน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งความเกื้อกูล

ความสนุกที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งที่ตนเองและกลุ่มร่วมกันทำ

ทีมอาสาวัยเรียน

ภาพหมู่ของเหล่าอาสา


 

นุดา

ผู้เขียน: นุดา

เกิดและเติบโตที่จังหวัดนครปฐม ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก ตอบตัวเองได้ว่า อยากทำงานเกี่ยวกับการเขียนตอนเรียนมัธยม จึงเลือกเดินในเส้นทางสายนี้ และยึดเป็นอาชีพหลักกว่า 20 ปี แม้รูปแบบของสื่อจะไปเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่เชื่อว่าการเขียนยังเป็นพลังสำคัญในการสื่อสาร