ถามทางโลก ตอบทางธรรม (มิถุนายน 2569)

เครือข่ายพุทธิกา 27 มิถุนายน 2026

1. สวัสดีค่ะ อยากเรียนถามพระอาจารย์

เวลาเราเจอคนที่เกลียดมาก แค่เราเห็นเราก็เกลียดจับขั้วหัวใจแต่เราต้องเผชิญหน้าทำงานร่วมกัน รู้ว่าเค้าเป็นคนโกหก ให้ร้าย เราจะทำอย่างไร ถึงแม้บางครั้งเราจะได้ข้อคิดให้ปล่อยผ่านหรือแผ่เมตตา แต่ใจเรามันเกลียดเหลือเกิน เราจะมีวิธีคิดหรือจัดการอย่างไรได้คะ

ฟังหรืออ่านข้อธรรมะบ้างแล้วก็มีคิดได้เป็นช่วงๆ แต่พอได้เห็นความเกลียดก็พุ่งทะยาน จึงอยากเรียนถามค่ะ

กราบขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

อย่างแรกที่คุณควรทำคือ รู้ทันเวลาความเกลียดชังเกิดขึ้นในใจเมื่อเห็นเขา พยายามรักษาใจอย่าให้ความเกลียดชังครอบงำใจคุณ เพราะความเกลียดชังคือตัวซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ใจคุณ คนที่คุณเกลียดไม่ทำร้ายคุณเท่ากับความเกลียดคนคนนั้น เพราะแม้เขาจะอยู่ไกลคนละเมืองหรือคนละประเทศ แค่คุณนึกถึงเขา ความเกลียดชังเขาก็ทำให้คุณนอนไม่หลับ หรือจมดิ่งอยู่ในความทุกข์ได้ แม้เขาจะตายไปจากโลกนี้ แต่ตราบใดที่ความเกลียดชังยังคงอยู่ในใจคุณ คุณก็จะหาความสงบสุขในชีวิตไม่ได้เลย เพราะทุกครั้งที่คิดถึงเขา หรือมีคนพูดถึงเขา คุณก็จะเป็นทุกข์ทันที

ที่สำคัญก็คือ ยิ่งเราเกลียดใคร เราก็ยิ่งซึมซับความไม่ดีของเขามาไว้ในตัวเรา ลูกที่เกลียดพ่อ แต่ก็มักซึมซับรับเอาความไม่ดีของพ่อมาไว้ที่ตัวเอง ไม่ว่า ความเจ้าชู้ เจ้าอารมณ์ ชอบใช้อำนาจ ลุแก่โทสะ ส่วนคนอื่นที่ไม่ใช่คนใกล้ตัว ยิ่งเราเกลียดใคร อยากจะเอาชนะเขา หรือเล่นงานเขา เราก็ยิ่งลอกเลียนพฤติกรรมของเขา หรือเลียนแบบเขา เสมือนเขาเป็นครูของเรา (เช่น คุณไม่ชอบที่เขานินทาใส่ร้ายคุณ จึงตอบโต้ด้วยการนินทาใส่ร้ายเขาบ้าง ครั้นทำบ่อย ๆ ก็เลยมีนิสัยชอบนินทา เช่นเดียวกับตำรวจที่พยายามเอาชนะโจรผู้ร้าย สุดท้ายก็มีนิสัยหรือพฤติกรรมไม่ต่างจากผู้ร้าย)

ข้อสำคัญคือ จะเกลียดใครก็ตาม อย่าลืมรักตัวเอง ถ้ารักตัวเอง เราจะระวังใจไม่ให้ความเกลียดชังทำร้ายจิตใจเรา หรือฉุดตัวเราให้ลงต่ำจนอยู่ในระดับเดียวกับคนที่เราเกลียด

นอกเหนือจากการทำจิตรักษาใจตน ลองใคร่ครวญสักหน่อยว่า อะไรทำให้เขามีนิสัยแบบนั้น เขาอาจผ่านอะไรที่เลวร้ายมามากมาย จนมีนิสัยแบบนี้ ลองนึกถึงทุกข์ที่เกิดกับเขาเพราะนิสัยดังกล่าว คนแบบนี้คงหาเพื่อนได้ยาก และหาความสงบเย็นในจิตใจได้ยาก ลองคิดต่อไปว่า เขาเคยทำความดีอะไรบ้าง คนเราคงไม่มีใครที่ชั่วร้าย จนไม่มีอะไรดีเลย การเห็นความทุกข์และด้านดีของเขา อาจช่วยบรรเทาความเกลียดในใจคุณได้บ้าง แต่หากทำไม่ได้ อย่างน้อยก็ควรมองเห็นโทษของความเกลียดที่มีต่อตัวคุณเอง อย่าให้ใจของคุณเป็นที่ฟูมฟักความเกลียดชังเขาเลย

ข้อสำคัญอีกอย่างคือ พยายามยอมรับเขาอย่างที่เป็น แม้เขามีนิสัยไม่ดีก็ตาม หรือทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ตาม ลดความคาดหวังในตัวเขาว่าจะทำสิ่งที่ถูกต้องหรือสิ่งดี ๆ จะว่าไปแล้ว การกระทำของเขาคงไม่สร้างความขุ่นเคืองแก่คุณหากคุณไม่คาดหวังความถูกต้องจากเขา พอคุณคาดหวังว่าเขาควรทำสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเขาไม่เป็นอย่างที่คุณคาดหวังหรือเห็นควร คุณจึงโกรธและเกลียดเขา

อย่างไรก็ตามในเมื่อคุณจะต้องทำงานกับเขา อาตมาอยากเสนอว่า หากมีข้อตกลงไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ควรย้ำให้แน่ชัดว่าเห็นตรงกัน มีลายลักษณ์อักษรด้วยก็ยิ่งดี จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง


2. กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ

ดิฉันมีลูกสาวซึ่งตอนนี้มีอายุสี่สิบกว่าปีแล้ว ลูกสาวของดิฉันใจบุญ แต่มีทิฏฐิมานะ เอาแต่ใจตัวเอง ใครขัดใจไม่ได้ ระงับอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แม้แต่แม่ของตัวเองแกก็ไม่เกรงใจ บางทีพูดในคำที่ไม่สมควรพูดกับพ่อแม่

ดิฉันจึงอยากเรียนถามพระอาจารย์ว่า จะมีวิธีฝึกแบบไหนได้บ้าง ที่ให้เขารู้จักระงับอารมณ์ตัวเอง ไม่พูดจาที่ทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าไม่เคารพ หรือเกรงใจพ่อแม่บ้าง คือฝึกให้มีสติก่อนที่พูดอะไรออกไปค่ะ

กราบขอบพระคุณพระอาจารย์ด้วยความเคารพเป็นอย่างสูงค่ะ

คุณควรหาสาเหตุก่อนว่าอะไรทำให้ลูกสาวของคุณมีนิสัยอย่างนั้น เป็นไปได้ไหมว่าที่เขามีนิสัยอย่างนั้นเป็นผลจากการถูกบังคับ จ้ำจี้จ้ำไช เข้มงวดกวดขัน หรือถูกสั่งสอนเป็นประจำ จนไม่อยากจะฟังใคร และเป็นไปได้หรือไม่ว่า นิสัยดังกล่าวเป็นปฏิกริยาต่อพฤติกรรมของคนรอบตัว รวมทั้งพ่อแม่

หากคุณอยากให้เขาเป็นอะไร สิ่งที่คุณจะช่วยเขาได้คือ ทำตัวให้เป็นแบบอย่างของเขา ลูกสาวของคุณยังอยู่ในวิสัยที่จะซึมซับรับแบบอย่างที่ดีจากคนใกล้ตัว โดยเฉพาะพ่อแม่ นั่นหมายความว่าคุณควรใจเย็น อดกลั้นต่อพฤติกรรมของเขา ไม่ด่วนแสดงปฏิกิริยาบางอย่างต่อเขาเมื่อเห็นเขาทำสิ่งที่ไม่สมควร

จะให้ดี ก็ควรฟังเขามาก ๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุป ด่วนสั่งสอน และถ้าเป็นไปได้ หาโอกาสคุยกับเขา ถามเขาว่าทำไมเขาจึงมีพฤติกรรมอย่างนั้น เช่น เอาใจตัว ระงับอารมณ์ไม่ได้ ตั้งใจฟังเขาเวลาเขาชี้แจง (หรือแก้ตัว) จากนั้นก็ควรบอกเขาว่า การกระทำอย่างนั้นของเขา ก่อปัญหาแก่คุณอย่างไร แค่ชี้แจงให้เขารู้ว่า สิ่งที่เขาทำมีผลกระทบอย่างไรต่อคุณ เท่านี้ก็พอ ยังไม่ต้องสั่งสอนเขาหรือบอกเขาว่าควรทำอย่างไร เพราะอาตมาคิดว่าเขาคงเจอคำแนะนำสั่งสอนมามากแล้วจนไม่อยากฟัง

นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาพูดคุยระหว่างพ่อแม่กับลูก ซึ่งอาจจะไม่เคยมี หรือมีน้อยมากในครอบครัวส่วนใหญ่


3. กราบมนัสการเรียนถามพระอาจารย์ค่ะ

เนื่องจากในปัจจุบันมีทั้งพระที่ทำผิดพระวินัยตามที่เห็นในข่าวและที่ไม่เป็นข่าว และวัดส่วนใหญ่ที่เน้นไปทางพุทธพาณิชย์ วัดสายมู ถึงแม้จะเป็นวัดป่าสายปฏิบัติแต่ก็ยังยึดติดกับสมณศักดิ์และการก่อสร้างโบสถ์ วิหาร ที่ใหญ่โต ทำให้ปฏิเสธไม่อยากเข้าวัดทำบุญ เราควรจะวางใจอย่างไรคะ เพื่อให้เราเกิดความสงบ สบายใจ หากต้องเข้าวัดทำบุญและต้องไปพบเจอกับสิ่งเหล่านี้

กราบขอบพระคุณพระอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

เพื่อความสบายใจ คุณควรเลือกวัดที่ปฏิบัติถูกต้องตามพระธรรมวินัย แม้จะไม่ตรงเป๊ะตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ก็เคร่งครัดหรือเป็นแบบอย่างได้ในเรื่องที่เป็นสาระสำคัญ วัดดังกล่าวอาจเป็นวัดเล็ก ๆ แต่ก็ควรได้รับการสนับสนุนจากญาติโยม

หากเลือกวัดไม่ได้ คุณก็ควรเลือกทำบุญกับพระภิกษุที่คุณเห็นว่าพยายามปฏิบัติตามพระธรรมวินัย แม้ท่านจะยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ก็ควรให้โอกาสท่านในการฝึกฝนพัฒนาตน โดยการอุปถัมภ์ท่านด้วยสิ่งที่เหมาะสมแก่สมณสารูป

พร้อมกันนั้นคุณควรดูแลรักษาใจให้ดี เมื่อไปวัดดังกล่าว เลือกรับแต่สิ่งดี ๆ เจอสิ่งไม่ดีก็เมินไปบ้าง ถือว่ามาวัดเพื่อฝึกฝนตน การเลือกรับรู้สิ่งดี ๆ และไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ก่ออกุศลในใจ เป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งควรทำทุกหนแห่ง รวมทั้งเวลาไปวัดด้วย


4. กราบนมัสการพระอาจารย์เจ้าค่ะ

เมื่อ 5 ปีก่อน หนูดูแลแม่ที่พอช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เช่น ทานข้าว แต่หนูต้องอาบน้ำให้ มา 1 ปีกว่า และ 2 เดือนสุดท้ายแม่ติดเตียง (หนูดูแลคนเดียวไม่มีคนสับเปลี่ยน)

แม่เสียชีวิตมาแล้ว 3 ปี หนูคิดถึงแม่ทุกวันค่ะ

ครั้งหนึ่งช่วงที่แม่ยังช่วยเหลือเองได้บ้าง หนูทำให้แม่ผิวหนังลอกมีเลือดออกโดยไม่ตั้งใจ บางครั้งทำให้แม่ร้องไห้ และมีอีกหลายครั้งพูดหรือทำให้แม่เสียใจ

อีกเหตุการณ์หนึ่ง แม่เป็นงูสวัด มีอยู่คืนนึงก่อนแม่เสียชีวิตไม่เกิน 1 สัปดาห์ แม่เรียกเพื่อขอดื่มน้ำทุกชั่วโมง ด้วยความที่หนูเหนื่อยและง่วง หนูเลยไม่ได้เอาน้ำให้แม่ดื่มทุกครั้งที่ขอค่ะ หนูมาทราบภายหลังว่า ที่แม่ขอดื่มน้ำนั้นเพราะพิษของโรค ตอนนั้นแม่คงทรมานมากค่ะ

หนูรู้สึกผิดและเสียใจมากที่ทำให้แม่เจ็บ ทำให้แม่ร้องไห้ และไม่เอาน้ำให้แม่ดื่ม อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไข แต่สายไปแล้วค่ะ

ขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า หนูควรจะจัดการกับความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจนี้อย่างไร และควรจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรคะ
กราบขอบพระคุณพระอาจารย์เจ้าค่ะ

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงนานนับปีไม่ใช่เรื่องง่าย การที่คุณมาดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียงนานขนาดนั้น นับเป็นความกตัญญูและเสียสละที่น่าอนุโมทนา จะทำเช่นนั้นได้ คุณต้องทิ้งหลายอย่าง รวมทั้งโอกาสที่จะได้ทำสิ่งที่ชอบ
อย่างไรก็ตาม เป็นธรรมดาที่คุณจะรู้สึกเหนื่อยล้า เครียด และหงุดหงิด จนเผลอพูดหรือทำบางอย่างที่ไม่ตั้งใจ แต่ทำให้คุณรู้สึกเสียใจในภายหลัง

คุณควรให้อภัยตัวเองที่หลุดปากหรือเผลอทำอะไรบางอย่างที่ทำให้แม่เสียใจ รวมทั้งไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ เพราะคุณเป็นปุถุชน ย่อมมีความผิดพลาดได้เสมอ แต่คุณไม่ควรมองเห็นแต่ความผิดพลาดหรือข้อบกพร่อง ควรมองเห็นสิ่งดี ๆ ที่คุณทำให้ท่านด้วย

ไม่มีใครทำถูกหรือทำดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้พยายามเพียงใด ก็ทำดีได้อย่างมาก ๙๕ เปอร์เซ็นต์ อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ที่ผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา คุณควรมองเห็น ๙๕ เปอร์เซ็นต์ที่ทำดี อย่าจดจ่อ ๕ เปอร์เซ็นต์ที่ผิดพลาด ใครก็ตามที่สอบได้ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ควรจะภาคภูมิใจแล้ว และในความเป็นจริงน้อยคนที่จะทำอย่างนั้นได้

อย่างไรก็ตามหากคุณยังมีความรู้สึกผิดติดค้างใจ อาตมาอยากแนะนำให้คุณขอขมาแม่ ด้วยการเชิญท่านมานั่งต่อหน้าคุณในจินตนาการ จากนั้นให้คุณพูดทุกอย่างที่อยากพูด รวมทั้งความในใจ เช่น บอกรัก ขอบคุณ ที่สำคัญคือขอโทษท่านในสิ่งที่คุณได้ทำผิดพลาดไป อาตมาเชื่อว่าแม่ในจินตนาการจะให้อภัยคุณ ไม่ถีอโทษโกรธเคืองคุณอย่างแน่นอน